AEl5Nk.gif AEl5Nk.gif


เหตุเกิดที่โรงแรมblPdyV.gif
โดย Tom Mm

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
29/07/66

เต้ยกับพี่ติ่ง blPdyV.gif
โดย ตฤษณา

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
28/07/66

ผิดที่เมย์เองเลยโดนจับขึงพืดblPdyV.gif
โดย Uratarou

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
28/07/66

ฝึกงานที่บริษัทขายหมู่บ้านจัดสรรblPdyV.gif
โดย 子翔吳

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
28/07/66

พ่อเลี้ยงของหนู EP1blPdyV.gif
โดย Ken Ken

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
28/07/66

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565

แฟนกู ภาค 3 ตอน 10 ช่วยเป็นแฟนให้หน่อย

แฟนกู ภาค 3 ตอน 10 ช่วยเป็นแฟนให้หน่อย
โดย magna67t

“สวัสดีค่ะ..พี่ป้อง”
   “อ้าว โมโน  เข้ามาก่อนสิ  เป็นไงอ่ะ  ไม่เจอกันนาน”
   
พี่ป้องกอดน้องสาวจังหวัดเดียวกันอย่างแนบแน่น  วันเวลาผ่านไป  พี่ป้องไม่ได้คิดถึงโมโนมากไปกว่าพี่คิดถึงน้องคนนึง  โมโนเองก็โทรมาคุยกะพี่ป้องบ้างเป็นครั้งคราว  พี่ป้องยังคงถามเรื่องโบ๊ตเรื่อยๆ

   “พี่ป้อง  พี่โบนัสเอ่อ....”
   “โบนัสกลับไปหาแม่อาทิตย์นี้  อีกสองอาทิตย์สอบแล้ว  คงไม่มีเวลาไปหาอีก  กินไรมายัง ทำไมมาดึกจัง”
   “กินแล้วค่ะ  มีเรื่องแยะเลยพี่.. คิดถึงพี่มากๆเลย  จะได้มีเวลาคุยกะพี่นานๆ”
   “อ่ะ อาบน้ำอาบท่าก่อน แล้วมาคุยกัน...”

   โมโนเดินเข้าไปอาบน้ำไม่นานนักก่อนออกมา  นั่งคุยกะพี่ป้อง  โมโนเล่ายาวเป็นชั่วโมง
   “เฮ้อ...เรื่องแบบเนี้ย  ไม่รู้สิ  พี่ว่าโชคชะตาพวกเราเหมือนขีดเส้นไว้แล้ว  โมโนเป็นแฟนไอ้โบ๊ตแล้ว  พี่ว่า...ถ้ามันรักโมโน  เรื่องอื่นไม่เกี่ยวนะ  โมโนเองก็อย่าเฟอะฟะมากนัก”
   “ไม่รู้สิพี่  มันบ่อยนะ  แล้วที่ซินแสดูอ่ะ  สองคนเค้าบอกตรงกันเลยนะว่าดวงของโมโนกะโบ๊ตมันชงกัน”
   “ปกติมันแก้ได้นะ  ไอ้เรื่องชงเนี่ย  เค้าก็แก้ไขได้หลายอย่าง ฮวยจุ้ยเค้าก็ยังแก้ไขกันได้นะ”
   “ได้....พี่ป้อง  แต่ว่าการแก้ชงมัน เอ่อ....โมโนต้องเป็นแฟนคนอื่น  และโบ๊ตต้องเป็นแฟนคนอื่นด้วย เราถึงมาคบกันได้ไม่เจ็บตัว”
   “อ้าว  ก็ไม่ยากนี่  โมโนก็ขอใครมาเป็นแฟนสักคน  เอาชื่อมายืมใช้  โบ๊ตมันมีเพื่อนๆผู้หญิงปีหนึ่งตั้งหลายคน  เดี๋ยวมันจัดการได้แหละ”
   “ไม่ใช่สิพี่... เป็นแฟนเฉยๆไม่ได้  ต้องมีไรกันด้วย...นี่หละยาก”

   พี่ป้องนั่งฟังอยู่ถึงกับช้อคไป
   “มันไม่ดีแน่เลยแบบนี้”
   “โมโนมาหาพี่  เพราะโมโนอยากขอพี่เป็นแฟน...เราเคยมีไรกันแล้ว  ขอยืมชื่อพี่ไปเป็นแฟนนะ”
   “เฮ้ย  ไม่ได้หรอกม้าง  พี่มีโบนัสแล้วนะ   อย่าเลยนะโมโน เดี๋ยวมันจะวุ่นวายไปกันใหญ่  แค่คิดพี่ก็กลัวแล้ว  คราวแล้วเดือดร้อนกันหลายคน  ถ้าไอ้โบ๊ตมันรู้ว่าพี่ไปทำอะไรแฟนมัน  มันคงมาฆ่าพี่ป้องแน่ๆเลย”

   โมโนได้ยินก็คอตก  ในใจนึกไม่ออกแล้วว่าจะทำไงต่อไป  จริงๆโมโนก็ไม่อยากดึงพี่ป้องมาเกี่ยวด้วย กลัวพี่โบนัสเข้าใจผิด  เรื่องแบบนี้อธิบายกันยาก  โมโนคุยกะพี่ป้องอีกสักครู่  ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว ยังมีคนโทรศัพท์เข้ามาโมโนอีก

   “ไอ้โมเม  นอนยัง...ตื่นเลยมึง  มึงไม่ทิ้งข้อมูลให้กูไว้...แล้วกูจะเขียนรายงานให้มึงยังไงวะ”
   “เฮ่ย ครายอ่ะ กี่โมงแล้ว... เฮ่ย นี่มันเที่ยงคืนแล้วนะ”
   “กู  ปั้นไง  โมโนเว้ย  มึงกลับมาเลย  ตอนนี้เลย  กูต้องรีบทำแล้ว  พรุ่งนี้ไม่อยู่...แม่งมีเป็นสิบกราฟเลยนะมึง  ทำไมมึงไม่เคยทำการบ้านเลยวะ”
   “แล้วกูจะกลับไง  แม่งมืดขนาดนี้”
   “กูไปรับ...ด่วนที่สุด  พรุ่งนี้มีธุระ..ไปกะแม่  ไม่เสร็จคืนนี้มึงต้องทำเองนะ  อยู่ไหนอ่ะ  กูขี่มอไซด์ไปรับ”
   “ราชเทวี มาแล้วโทรนะ ตรงรถไฟฟ้าอ่ะ”

   ไอ้ปั้นวางหูไปเลย  โมโนงง..ไม่รู้ทำไงดี
   “อย่าบอกนะว่าจะกลับศาลายา”
   “คงงั้นนะพี่ป้อง  ดีเหมือนกัน  โมโนกลับไปทำเอง”
   “กลับพรุ่งนี้มั๊ยอ่ะ  นอนหอพี่ไปก่อน  นี่มันดึกมากแล้วนะ”
   “เดี๋ยวเพื่อนมารับค่ะ”
   “ไอ้โบ๊ตเหรอ  ม่ายมั๊ง  ไอ้นี่...เด็กอนามัย นอนเร็ว”
   “ไม่ค่ะ   เพื่อน...ชื่อปั้น”

   โมโนเก็บของเปลี่ยนเสื้อผ้า  โมโนใช้เวลาที่เหลือก่อนที่ไอ้ปั้นจะมารับ  เข้าไปกอดพี่ปกป้อง  การจากลาแต่ละครั้ง  โมโนคิดถึงพี่ป้องเสมอ   ทำไมจะไม่คิดถึง...พี่ป้องนั่งสอนหนังสือให้โมโนทุกเย็นมาเป็นปีๆ  ยังเป็นผู้ชายคนแรกของโมโนแม้ว่าประสบการณ์นั้นมันจะไม่ดีนัก  และถ้าพี่ป้องไม่มีพี่โบนัส  โมโนก็คงรักพี่ป้องได้เหมือนกัน...

   “พี่ป้อง  โมโนคิดถึงพี่ตลอดเสมอนะ  พี่เหมือนพี่จริงๆเลยอ่ะ  ไม่รู้สิ  โมโนว่า..โมโนก็รักพี่เหมือนกันนะ  แต่พี่มีพี่โบนัสแล้ว  พี่ให้โมโนรักพี่ด้วยอีกคนแล้วกันนะ  ไม่ว่าจะฐานะไหนก็ตาม”

   พี่ป้องยังคงลูบหัวโมโนด้วยความเอ็นดูแบบที่เคยมา

“เออ...โมโนเอ๊ย  ก็บอกแล้วคิดถึงก็มาหา  แต่เป็นแฟนให้คงไม่ได้  พี่ตั้งใจแล้วว่าถ้าได้คืนดีกะพี่โบนัสครั้งนี้  พี่จะเลิกวุ่นวายกะใครๆอีกเลย   โมโนเข้าใจพี่นะ  เดี๋ยวพี่จะช่วยหาทางให้...ได้แล้วจะบอกโมโน..”
   “ค่ะพี่ป้อง  โมโนกลับก่อนนะพี่  พี่ป้องไม่ต้องส่งหรอก  เดี๋ยวโมโนไปรอที่ป้ายรถเมล์  ไอ้ปั้นน่าจะใกล้มาแล้ว”

   พี่ป้องกอดโมโนอีกครั้ง  โมโนรู้ดีว่ากอดของพี่ป้องครั้งนี้  มันไม่มีความรู้สึกอะไรนอกเหนือไปจากพี่กอดน้องเลยจริงๆ
---------------------------------------------------------------
   
“โหย...แม่งไกลชิบหาย  เอ้า...ใส่หมวก  เมื่อไหร่มึงจะเลิกเฟอะฟะวะ  เดือดร้อนกูเรื่อยเลยเนี่ย”
   “ก็....ปั้นไม่เห็นต้องมารับเลยอ่ะ พรุ่งนี้เดี๋ยวให้ไอ้โบ๊ตไปส่งเช้าๆก็ได้”
   “ก็รับปากแล้วอ่ะ  แล้วพรุ่งนี้กูไปเช้ามืด  แล้วข้าวของมึงที่ให้กูไว้จะทำไงวะ  โหย...แม่ง ลำบาก   รับปากมาแล้วก็ต้องทำดิ  พอจะทำ  อ้าว... แกก็เสือกไม่ทิ้งข้อมูล  แล้วแต่ละกราฟมันยากตายห่า  กว่าจะคิดเลขออกมา..แล้วไม่ทิ้งข้อมูลให้อีก  เดือดร้อนชิบหาย  เร็วๆเว้ย...ใส่เสร็จยัง  มาๆๆๆๆ กูใส่ให้   ขึ้นรถได้แล้ว”
   
   ไอ้ปั้นขับรถออกมาข้ามสะพานปิ่นเกล้า  โมโนไม่เคยนั่งรถเครื่องไกลขนาดนี้เลย  ตอนนี้ถนนออกจะว่างแล้ว  อากาศเย็นจัง  ฝนตกไปเมื่อหัวค่ำ
   “เกาะดีๆ...โมเม  จะขี่เร็วๆแล้วนะ”

   โมโนเอามือกอดเอวมันแน่น  นี่เป็นครั้งแรกที่โมโนกอดผู้ชายที่ไม่ใช่ไอ้โบ๊ตและไม่ใช่พี่ป้อง  ตัวไอ้ปั้นก็อุ่นดีใช้ได้  โมโนกอดมันแน่นและเอาหัวหลบลมโดยการพิงที่หลังไอ้ปั้นมัน  เพราะมันขี่เร็วจริงๆ  เราเดินทางกันมาเกือบชั่วโมงจนมาจอดที่โรงอาหาร

   “มาๆ เอาหมวกมาเก็บ  แอบชอบเราเป่าวะเนี่ย กอดซะแน่นเลย  กอดจนเลือดจะไม่ไหลไปเลี้ยงสมองกูแล้ว”
“ไอ้บ้า... ขี่ซะเร็ว  กลัวตกเว้ย  เดี๋ยวแวะขึ้นห้องเอาสมุดมาก่อน  รอนี่หรือใต้หอ  รึว่า..จะไม่ช่วย...”
“แม่ง  กูว่านี่มันหน้าที่ไอ้โบ๊ตนะ  ทำไมกูมาเดือดร้อนวะเนี่ย.. เอ๊าๆ ไหนๆแล้ว ให้มันตายห่าไปข้างนึงเลย  เดี๋ยวกูช่วยคิดเลขให้ มึงวาดกราฟไป จะได้รีบๆเสร็จ”
“ทำที่ไหนดีอ่ะ”
“ห้องสโมแล้วกัน ข้างล่างยุงเยอะ”

โมโนขนของลงมาหมด  เอาเครื่องคิดเลขลงมาสามเครื่อง  ไอ้ปั้นมันเก่งเลข  มันนั่งกดเครื่องคิดเลขอย่างรวดเร็วก็ได้ข้อมูล  โมโนก็นั่งวาดกราฟไป  ชั่วโมงเดียวก็เสร็จ..แต่ระหว่างชั่วโมงเดียวนั้น  โมโนรู้สึกถึงความผิดปกติของไอ้ปั้นที่แอบมองโมโนหลายครั้ง  และพอโมโนมองขึ้นมาสบตา  ไอ้ปั้นก็หลบสายตาทำเป็นมองไปที่อื่น หลายครั้งมากๆ  และไอ้ปั้นก็เดินมาส่งโมโนที่หอ

“พรุ่งนี้กูกลับมาเย็นๆนะ  กลับแล้วจะโทรมาหา”
“เออ ขอบคุณนะปั้น  ”

เช้ามากวันเสาร์
“โมโน... จะให้ไปรับยัง...”
เสียงไอ้โบ๊ต....นี่มันหกโมงครึ่งเอง  โมโนยังงัวเงีย  นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตัวเองกลับมานอนที่ศาลายาแล้ว
“โบ๊ต  โมโนอยู่ที่ศาลายาแล้วอ่ะ”
“เฮ้ย  ไปอยู่นั่นได้ไง... ก็เมื่อวานส่งที่หอพี่ป้องตั้งดึกแล้ว”
“ไอ้ปั้นขี่มอไซด์มารับ  โมโนลืมให้สมุดข้อมูลมัน  แล้ววันนี้ไอ้ปั้นต้องไปกะแม่มัน เลยบังคับให้โมโนกลับมาเอาสมุดให้”
“อ้าว... กลับตอนเช้าก็ได้  โบ๊ตช่วยก็ได้...”
“เออ ไม่เป็นไรอ่ะ  ลืมไปว่ามาทำตอนเช้าก็ได้  ไม่เป็นไร กลับมาแล้ว  ก็...ไว้เจออาทิตย์หน้าแล้วกันนะ”
“โห... ต้องอดทนคิดถึงไปหลายวันเลยนะ  วันนี้ไปหาได้มั๊ยอ่ะ”
“น่า...ไม่เป็นไรหรอก  เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ โมโนง่วงนอน...”

โมโนหลับไปได้อีกแค่แป๊บเดียวเท่านั้น ก็มีโทรศัพท์เข้ามาอีก  เหมือนจะ 8 โมงกว่าแล้ว  แต่เช้านี้ฝนตกพรำ  น่านอนมากที่สุด
“โมเม....มีข่าวดี”  เสียงไอ้ปั้นดีใจอะไรสักอย่าง
“บ้า เรียกถูกๆหน่อยซิ  ชื่อโมโน  ไม่ใช่โมเม”
“ไม่เอาเว้ย กูจะเรียกโมเม  ไม่เหมือนคนอื่นดี  เออ แม่โทรมาบอก  วันนี้แคนเซิล..ไม่ต้องไปด้วยหละ...ตื่นได้แล้วววว   ลงมากินข้าวกัน...รอโรงอาหารนะ”

อีกครึ่งชั่วโมง  โมโนเดินลงไปโรงอาหาร  ฝนยังคงตกพรำๆ  ไอ้ปั้นนั่งยิ้มรออยู่ก่อนแล้ว  ที่หน้าไอ้ปั้นมีข้าวหมูแดงสองจานและเกาเหลาลูกชิ้นอีกหนึ่งชาม
“โห ปั้น แกจะหิวไรขนาดนั้นวะ”
“ซื้อมาเผื่อ  กินป่ะ...ข้าวหมูแดง  เห็นกินประจำ  ส่วนลูกชิ้นนี่แถม  เดี๋ยวหารสองด้วย  แบ่งกัน”
“เลี้ยงเหรอ  ดีจัง ทำรายงานให้ด้วย เลี้ยงข้าวด้วย”
“ชอบเราแล้วสิ 5555”
“ไอ้บ้า”

โมโนเองก็หิวข้าวและกินข้าวมากมาย เพราะใช้สมองมากไปเมื่อคืน  ระหว่างกิน...ไอ้ปั้นชวนคุย
“เออ..โมเม  แกกะไอ้โบ๊ตเป็นไงมั่ง...”
“เป็นไงคืออะไร...”
“โกรธไรมันหรือเปล่า...”
“โกรธเรื่องไรวะ..ไม่มีอ่ะ  รักกันหละไม่ว่า 55555  แต่เออ..ว่ะ  ไม่รู้ว่ะเนี่ย  เข้าใกล้กันทีไร เจ็บตัวทุกทีเลย”
“โมเม  แกรู้ป่ะ  ชั้นไปหาซินแสกะไอ้โบ๊ตมันนะ”
“รู้ โบ๊ตเล่าแล้ว”
“ฟังครั้งแรกนะ  โห ใครแม่งจะไปทำได้วะ  ต้องไม่เป็นแฟนกัน ต้องคบกันในฐานะชู้  บ้าเหรอวะ  มีแบบนี้ด้วย  ซินแสแม่งบอกตรงๆเลยดีกว่า...ว่าอย่าคบกัน  แต่ก็อีกละนะ  ไอ้ห่าโบ๊ตมันเสือกถามทางแก้  ทางแก้ที่ไม่ทางทำได้”
“ไม่รู้ดิ  แต่เหมือนไอ้โบ๊ตพยายามนะ”
“แล้วแกยอมเหรอที่ไอ้โบ๊ตมันจะไปคบใครเป็นแฟน..แล้วยังต้องมีไรด้วย  แล้วแกลดฐานะมาเป็นกิ๊กแทน”
“ไม่รู้อ่ะ  ทำใจไม่ได้เหมือนกัน”
“อ้าว แล้วกลับกันอ่ะ  แกยอมมีแฟนใหม่.. แล้วลดฐานะไอ้โบ๊ตเป็นกิ๊กอ่ะ  แกจะทำได้มั๊ย...”

โมโนอึ้งไปกะคำถามนี้  เมื่อวานโมโนถามพี่ป้อง พี่ป้องก็ทำให้ไม่ได้ เพราะการเป็นแฟนในที่นี้มันต้องมีอะไรกันด้วย
“เฮ้ย โมเม  กูถามมึง...หมดสติหรือไง  ถามอยู่เว้ย..”
“เอ่อ  ไม่รู้ดิ  วานนี้ก็ไปขอพี่ป้องนะ  พี่รหัสไอ้โบ๊ต  พี่หอเก่าของเราให้ช่วยแต่พี่แกไม่โอเคว่ะ  พี่แกมีแฟนแล้ว...”
“อ่อ พี่ป้องที่พวกแกไปช่วยอ่ะเหรอ 5555  ก็เค้ามีแฟนแล้ว...แกไปยุ่งเค้าได้ไงอ่ะ  เค้าไม่คบแกเป็นแฟนอีกคนหรอก  แกต้องหาคนโสดดิ  อย่างกูนี่ไง..”
“ไม่เอา...  เดี๋ยวรอปรึกษาไอ้โบ๊ตก่อนจะเอาไง”

ไอ้ปั้นพูดอะไรต่อไปอีก เรื่องหนัง ชวนดูหนังหรืออะไร  แต่โมโนจิตใจไม่อยู่กะตัวแล้ว  คิดอะไรไปเรื่อยๆ

“เฮ้ย..ปั้น...โมโนซีเรียสนะ  ขอยืมเป็นแฟนแป๊บนึง”

ไอ้ปั้นหยุดนิ่ง  มองหน้าโมโนนานทีเดียว
“แต่ไม่มีไรกันนะ เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม  อยากลองเฉยๆว่ามันจะแก้ได้มั๊ย”
“ได้ดิ... จะให้เป็นแฟนจริงแฟนปลอมได้หมด  จะให้มีไรด้วยก็ได้...”
“เฮ้ย  ไม่มีเว้ย  อย่าคิดนะ  เราเป็นเพื่อนกัน...ทุกอย่างเหมือนเดิม  แค่ยืมชื่อเฉยๆ  กูไม่เอามึงเป็นแฟนหรอก”
“ได้ดิ  เพื่อมึง....ไงก็ได้  กูทำได้หมดแหละ  มึงบอกมาแล้วกัน  หรือกลับไปปรึกษาไอ้โบ๊ตก่อนก็ได้”

ฝนยังคงตกพรำ  ไอ้ปั้นแยกกลับไปห้องมันเล่นกีตาร์  โมโนเลยกลับขึ้นหอเขียนรายงานต่อไป... อากาศดีๆ โมโนก็เผลอหลับไปจนได้  มาตื่นอีกทีมีคนโทรเข้ามา
“เฮ้ย ตื่นยัง อาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว  จะไปเดทกะเราหรือเปล่า...5555”
“ใครเดทใครวะ  เดทไร”
“ฝนหยุดแล้ว  ไปดูหนังกัน เลี้ยงหนังหน่อยดิ.. นะๆๆๆ อุตส่าห์ช่วยทำรายงาน..”
“โหย  ไม่อยากออกเลยอ่ะ แต่..อ่ะๆๆๆ ยอมๆ...”

สี่โมงครึ่งไอ้ปั้นมารับที่ใต้หอ  ดูหนังเป็นกิจกรรมที่โมโนชอบมาก  ไม่รู้สิ  มันสบายดีนะ  สนุกก็ดูหนัง...ไม่สนุกก็นอน  โมโนเลี้ยงไอ้ปั้นตามที่มันขอ  ให้ปั้นเป็นคนเลือกหนัง  แต่ว่ารอบฉายมันไม่ค่อยจะดีนัก

“หกโมงครึ่ง!!!!  โอ๊ย..กว่าจะถึงหอ...สี่ทุ่มอีกหละ”
“เอาน่า... ไปกินข้าวก่อน เดี๋ยวกูว่าจะไปซื้อของในเซ็นทรัลหน่อยด้วย  ก็พอดีแหละ”

โมโนสังเกตไอ้ปั้นมากขึ้น  มันพยายามเดินเข้ามาใกล้ชิดโมโนจนบางครั้งมือก็แกว่งไปโดนกัน  แต่ไอ้ปั้นไม่จับมือโมโน  ระหว่างกินข้าว...มันก็แอบมองโมโนเป็นระยะ  แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อตอนทำรายงานด้วยกัน  แต่ไอ้ปั้นก็ไม่มีอะไรที่มากไปกว่านั้น
“เฮ้ย  ลืมว่ะ  แป๊บนะ  เดี๋ยวมา...โทรหาโบ๊ตก่อน”

โมโนบอกว่ามาดูหนังกะเพื่อนๆหลายคน รวมทั้งไอ้ปั้นด้วย  โมโนต้องตอบคำถามไอ้โบ๊ตมากมาย  ไอ้โบ๊ตโวยวายว่าจะมารับหลังจากเลิกหนัง  แต่โมโนบอกไปว่า...เดี๋ยวไว้โทรหาก่อนนอน

โมโนแทบไม่ได้ดูหนัง  แม้ตาอยู่ที่จอ...แต่ใจคิดถึงไอ้โบ๊ตตลอดเวลา  โมโนทำอะไรผิดหรือเปล่าที่มากะไอ้ปั้นสองต่อสอง  โมโนไม่ได้คิดอะไรนี่... สองชั่วโมงที่ไม่มีสมาธิดูหนัง  แต่ดูเหมือนไอ้ปั้นจะดูหนังอย่างตั้งใจ  บางจังหวะมันก็เอามือมาขยี้หัวของโมโน   แม่ง..แตะอั๋งนี่หว่า

หนังจบแล้วไฟในโรงเปิดแล้ว  ไอ้ปั้นลุกขึ้นยืน  และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น  ไอ้ปั้นยื่นมือมาให้โมโน
“ส่งมือมา  ลุกได้แล้ว  อย่าขี้เกียจ จะนอนนี่เหรอ”

โมโนลืมตัวลืมคิดไปและยื่นมือให้ไอ้ปั้น  มันจับมือโมโนทันที และไม่ยอมปล่อยมืออีกเลย  มันจูงโมโนออกจากโรงหนังและเดินไปถึงมอไซด์ของมัน
“ไอ้ขี้โกง จับมือมาตลอดเลยนะ”
“โหย  โมเมเอ๊ย...จะหวงไรวะ  ทีเมื่อวานรัดเอวกูยังกะอะนาคอนด้า  จะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว”
“ไม่ได้ดิ  แกมันขี้โกงอ่ะ เมื่อกี้ก็มาจับหัวอีก  ชักลามปามนะเว้ย”
“เสือกน่ารักนี่หว่า 55555  อ่ะๆ โอเค งั้นขากลับ อย่ามาเกาะเอวนะ..”

ไม่ถูกเนื้อต้องตัวกันอ่ะ...มันทำไม่ได้หรอก  แล้วโมโนก็ต้องเกาะเอวไอ้ปั้นและเอาหัวหลบที่หลังเพื่อหนีจากลมแรงที่ปะทะเข้ามา   ไอ้ปั้นเอามือมาดึงให้มือโมโนเกาะแน่นๆและจับไว้งั้น...ไม่ยอมปล่อย  เสียงฟ้าร้อง ลมเริ่มพัดแรง
“โมเม..เกาะดีๆนะ  จะซิ่งแล้วเดี๋ยวไม่ทันฝนตก”

พอสิ้นเสียงพูดเท่านั้น ฝนเทตูมใหญ่ลงมาทันที  ไม่ทันคิดที่จะหาที่หลบ
“ไปต่อเลยนะ  ไงฝนก็ตกแล้ว  ปั้นจะขับช้าๆ  แต่เกาะให้ดีๆนะ ถนนลื่น”

โมโนกอดไอ้ปั้นแน่น  กลัวมอไซด์ล้มจัง  ฝนตกแรงและมีลมมากด้วย  เราสองคนชุ่มไปด้วยน้ำจนมาถึงศาลายา
“ไปห้องสโมอาบน้ำก่อนแล้วกัน  โมโนใส่เสื้อขาวอ่ะ  มันบางมาก  ลงตรงหอไม่ดีแน่  เดี๋ยวห้องสโมมีเสื้อเปลี่ยนไปก่อน”  ปั้นมาจอดที่หน้าตึกสโมสรนักศึกษา  สี่ทุ่มกว่าแล้ว  ไม่มีใครเหลือในตึก ทั้งตึกปิดไฟมืด...
“อืมม์..มันมืด   ปั้นลงไปด้วยนะ”

มันมืดจริงๆ  ไอ้ปั้นพาโมโนขึ้นไปที่ชั้นสอง  เหมือนปั้นจะรู้จักห้องสโมดี  พอถึงชั้นสองก็เปิดไฟ  ทันทีที่ทุกอย่างสว่างขึ้น...เสื้อยืดขาวที่เปียกน้ำของโมโนก็ไม่ได้ปกปิดอะไรอีกแล้ว  ไอ้ปั้นยืนตัวแข็ง  จ้องมองมาที่โมโน
“ไอ้ปั้น ไอ้บ้า...”
“เฮ้ยๆๆๆ โทษษษษษ”

โมโนวิ่งไปหลบหลังตู้
“เอาผ้ามาเร็ว  แกนะไอ้ปั้น อย่ามานะเว้ย”
“เดี๋ยวๆๆๆๆ  เปิดตู้ล้อคเกอร์ก่อน  อ่ะๆๆๆ ผ้ามาแล้ว”
“เฮ้ยๆๆๆๆ  อย่าเข้ามา  อย่าเข้ามานะ  ร้องจริงๆด้วย”
“อ้าว  แล้วกูจะเอาผ้าไปให้ไงวะ”
“โยนมาสิ”

โมโนเอาผ้ามาปิดข้างบนก่อนเดินออกมา  ไอ้ปั้นพาไปห้องน้ำ  และส่งโมโนเข้าไปอาบน้ำ
“รอตรงนี่นะ  ปั้น  กลัวผี...”
“แล้วมึงไม่กลัวกูปล้ำเหรอ”
“คนไม่กลัวเว้ย  มาเลย  กูจะตบให้คว่ำ”

แล้วระหว่างที่โมโนอาบน้ำอยู่นั้นเอง
“อ๊ายยยยยย  ไอ้ปั้นนนนนนน  ช่วยด้วย โอ๊ยๆๆๆๆๆๆ  ช่วยด้วยยยยยยยยยยยย  โอ๊ย  มาเร็ว  ไอ้ปั้นนนนนนนน”

11 ความคิดเห็น :

  1. เล่าเรื่องจากคอลัมน์เสพบ่มิสม จากเรื่องที่ไม่คิดว่าจะผ่านแล้วเผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์รายวัน เรื่องนี้ส่งมาถามจากเด็กหญิงวัยแค่ 13-14 อาศัยอยู่กับพ่อในร้านขายต้นไม้ที่ตั้งอยู่ริมถนนแถวตลิ่งชัน ถ้ามองเข้าไปเราแทบไม่เห็นที่พักริมถนนจะเต็มไปด้วยต้นไม้ อุปกรณ์ตกแต่งสวน

    ตอบลบ
  2. ที่พักของสองพ่อลูกเป็นเพิงสังกะสีง่ายๆเพราะที่ทางพวกนี้อาจถูกไล่ที่เมื่อไหร่ก็ได้ น้องเล่าว่าอยู่ข้างถนนกับพ่อมาตั้งแต่เกิดไม่เคยเห็นหน้าแม่ ค่อนข้างจะเป็นเด็กมีปัญหาพอสมควร เป็นเด็กตัวเล็กผอมดำ ถูกเพื่อนล้อเรื่องไม่มีแม่ เรื่องผิวพรรณ รูปร่างหน้าตา จึงไม่ค่อยมีเพื่อนเพราะถูกแกล้งตลอด

    ตอบลบ
  3. เรื่องราวสำคัญมาเกิดจาก ลูกหมาตัวหนึ่งที่ถูกเอามาทิ้งข้างถนน พ่อเธอเห็นว่าเธอซึมเศร้าจึงเก็บลูกหมามาให้ หมาตัวนี้เป็นหมาพันธุ์ไมยหรืออาจเป็นพันธุ์ทางแต่ตอนมันโตขึ้นมาก็สูงเกือบถึงเอวของคนที่สูง 170 หมาตัวผู้พอถึงเวลามันก็จะติดสัตว์ออกไปกัดกันเพื่อได้ผสมพันธุ์กับตัวเมีย หมาตัวนี้ก็เหมือนกันแต่ที่ต่างคือมันเป็นหมาหนุ่มยังไม่มีประสบการณ์กัดกับใครมันจึงแพ้ตลอดในฤดูกาลแรกที่ติดสัตว์

    ตอบลบ
  4. เด็กขาดความอบอุ่นไม่มีเพื่อนลูกหมาตัวนี้เหมือนมาเติมเต็มให้เธอ พอเธอเห็นมันบาดเจ็บกลับมาจากการไปแย่งหมาตัวเมียด้วยสภาพผอมโซมีแผลเต็มตัว เธอจึงกอดมันไว้ไม่ให้มันออกจากที่พักไป แต่หมาด้วยสัญชาตญาณก็ต้องอยากออกไปผสมพันธุ์อยู่แล้ว

    ตอบลบ
  5. เด็กเล่าว่าจับหมาชักว่าวแล้วเอามาจ่อที่จิ๋มเธอ

    ตอบลบ
  6. เด็กไม่ได้บรรยายถึงความเสียวแต่เล่าถึงความเจ็บปวด จากการที่เธอเป็นเด็กแล้วหมามันก็ซอยด้วยความเร็วสูงตามสัญชาตญาณ แถมยังมีลูกหมากอีกสองตุ้มที่จะออกมาตอนหมาเสร็จกิจ

    ตอบลบ
  7. เด็กถามคอลัมน์เสพบ่มิสมแค่ว่า กลัวพ่อรู้กลัวพ่อเสียใจ กลัวโรคติดต่อเพราะมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์

    ตอบลบ
  8. เราอ่านแล้วหัวเยิ้มไปหมด หมาตายแน่ๆแต่ควยที่จะใส่แทนต้องคนเป็นพ่อ

    ตอบลบ
  9. มีเรื่องคล้ายกันเล่าจากเมียของคนข้างบ้าน เธอเป็นคนอีสานที่มีฐานะยากจนมากแถวๆบ้านของเธอก็จะมีบ้านอยู่ไม่กี่หลังห่างไกลกันพอสมควร ส่วนใหญ่จะรับจ้างทั่วไปไม่มีที่ทำกิน มีบ้านหลังหนึ่งมีพ่อแม่ลูกอยู่กัน 3 คน ้

    ตอบลบ
  10. เด็กอายุอยู่ในวัยขนหมอยกำลังขึ้นอยู่บ้านตามลำพังตอนพ่อแม่ออกไปรับจ้าง พ่อแม่ซื้อนมข้นหวานมาให้ลูกชงกินแทนของหวานหรือเอาไว้ทาขนมปัง แต่เด็กวัยกำลังอยากรู้อยากเห็นอยากลอง เธอเอานมข้นหวานทาจิ๋มของเธอแล้วให้ลูกหมาเลียกิน

    ตอบลบ
  11. ความเสียวที่ได้ทำให้เธอเสพติดทำบ่อยๆ จนไม่ระวังตัว วันหนึ่งฝนตกพ่อกลับมาบ้านคนเดียวเพราะทำงานคนละที่กับเมีย เห็นลูกสาวกำลังให้หมาเลียหีอยู่ พ่อซึ่งแก่มากแล้วพอเห็นหีเด็กๆ เลยลืมความเป็นพ่อลูกจับลูกเย็ดซะหีฉีก แม่กลับมาตอนเย็นรู้เรื่องก็ทำได้แค่ด่าไม่กล้าแจ้งความกลัวชาวบ้านนินทาเลยปล่อยให้พ่อเย็ดลูกไปเรื่อยๆ ชาวบ้านรู้ตอนเด็กท้องแล้วจึงมีตำรวจมาจับคนเป็นพ่อ

    ตอบลบ