AEl5Nk.gif AEl5Nk.gif


เหตุเกิดที่โรงแรมblPdyV.gif
โดย Tom Mm

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
29/07/66

เต้ยกับพี่ติ่ง blPdyV.gif
โดย ตฤษณา

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
28/07/66

ผิดที่เมย์เองเลยโดนจับขึงพืดblPdyV.gif
โดย Uratarou

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
28/07/66

ฝึกงานที่บริษัทขายหมู่บ้านจัดสรรblPdyV.gif
โดย 子翔吳

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
28/07/66

พ่อเลี้ยงของหนู EP1blPdyV.gif
โดย Ken Ken

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
28/07/66

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565

แฟนกู ภาค 3 ตอน 13 เริ่มรัก

แฟนกู ภาค 3 ตอน 13 เริ่มรัก
โดย magna67t

“พี่โบ๊ต  เป็นไรมากหรือเปล่า”

น้องบีทตะโกนเสียงดัง  โมโนเองแหละที่โทรไปหาน้องบีท  เพราะทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นโบ๊ตนอนนิ่งเลือดออกอยู่ที่เชิงบันได  แล้วโมโนก็ลืมโทรไปบอกบีทว่าไม่ต้องมาแล้ว
“พี่โมโน สวัสดีค่ะ  ไหนๆ  พี่โบ๊ต  โห...แผลแค่เนี่ย  เดือดร้อนน้องนุ่ง ขับรถมาจากบ้านดึกๆ  โดนป๊ากะแม่สอบสวนเลย  ต้องอ้างว่าลืมการบ้าน  เลยต้องรีบกลับ”
“ไม่เห็นต้องมานี่หว่า พี่โมโนโทรไปหาล่ะสิ”
“ถ้าลำพังพี่โบ๊ตโทรนะ  ให้นอนตายตรงนั้นแหละ  อ้าว แล้วทำไมไม่ขึ้นไปห้องอ่ะ  อ่ะ อย่าบอกนะ อดคิดถึงพี่โมโนไม่ได้ล่ะสิ 55555”

โมโนหันมองหน้าโบ๊ตแล้วยิ้ม  เราสองคนรู้แล้วว่า บีทรู้เรื่องความสัมพันธ์ของพวกเรา
“เอาหละๆ  ตามสบายเลยพี่  บีทขึ้นไปนอนหละ  จะไป รพ ก็บอกนะ  แต่จะไปสวรรค์ไม่ต้องมาบอกบีทนะ 5555”

==========================

โมโนรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที   สิ่งที่ทำกะไอ้ปั้นไป  ไม่ว่าจะขอมันเป็นแฟนหรือแม้จะมีอะไรกะมันแล้ว  ดูเหมือนไม่ได้ช่วยเราสองคนจากเรื่องร้ายๆเลย   โมโนเสียใจมาก   ที่ยอมไอ้ปั้นเพราะส่วนนึงก็อยากจะช่วยโบ๊ต  แต่นี่มันผิดพลาดไปหมด  เกิดอะไรขึ้นเนี่ย...

วันอาทิตย์แล้ว  โมโนต้องกลับศาลายา  น้องบีทขับรถไปส่งให้ แต่โบ๊ตก็นั่งรถไปด้วย

“เฮ้ย ไอ้โบ๊ต  มึงเป็นเหี้ยไรเนี่ย  ยับไปทั้งตัว  ไปฟัดกะใครมาวะ”
“ฟัดกะบันไดบ้านกูดิ..  มึงอย่าเพิ่งเข้ามา ไอ้ปั้น กูอารมณ์ไม่ดีอาจถีบมึงได้”
“ถีบกู 5555  ขามึงจะยืนยังไม่ได้เลย  เอาไอ้โมเมมาส่งเหรอ  แล้วนี่ใครวะ...”

โมโนแนะนำน้องบีทให้ไอ้ปั้นรู้จัก  น้องบีทยกมือไหว้ในฐานะรุ่นพี่
“สวัสดีครับ  พี่ชื่อปั้นนะ  เพื่อนไอ้โบ๊ตกะโมโน  มีไรเรียกใช้ได้นะครับ”
“กลับได้แล้ว  พี่โบ๊ต  อย่าอาลัยอาวรณ์มากนัก เดี๋ยวสอบเสร็จก็เจอกัน”

โบ๊ตเดินเข้ามาจับมือโมโนอีกครั้ง  สายตาโบ๊ตบอกว่า คิดถึงนะ  ไว้ค่อยเจอกัน  แต่สิ่งที่โบ๊ตแสดงออกก็เพียงแค่
“ไว้โบ๊ตมารับนะ  สอบไฟนอลให้เสร็จก่อน...”

พอพี่น้องสองคนขับกลับออกไป  ไอ้ปั้นก็เริ่มทันที
“อย่าบอกนะว่า วิธีที่ทำไปไม่ช่วยอะไรเลย”
“เออ ปั้น  ไม่ช่วยเลยว่ะ  เนี่ย ไอ้โบ๊ตตกบันไดนะ  โมโนก็ตกลงมาด้วย  แต่ไอ้โบ๊ตรับเคราะห์ไป  เลยไม่เจ็บมาก”
“กูว่า มันต้องมีอะไรไม่ถูกต้องสักอย่าง  แล้วแกถามไอ้โบ๊ตหรือยังว่าทำวิธีเดียวกันหรือเปล่า”
“บ้าเหรอปั้น  จะให้โมโนบอกโบ๊ตเหรอว่าเรามีอะไรกันแล้ว  บ้านแตกสิ”
“แล้ววันนี้อ่ะ  มีอะไรอีกเป่า...5555”
“ไม่แล้ว..  ส่งแค่นี้  เย็นนี้ไม่ลงนะ เดี๋ยวแวะไปกินแล้วนอนเลย ขี้เกียจเดิน”
“อ่ะๆ  งั้นไปด้วย.....เดี๋ยวกินเป็นเพื่อนแล้วมาส่ง”

===================================

ใครที่เคยเรียนมหาลัยคงรู้ดีว่า สอบไฟนอลมันนรกแตกแค่ไหน  โมโนเครียดยาวๆมาสองอาทิตย์เต็มๆ  วันนี้โมโนสอบเสร็จก่อนเที่ยง  เสร็จก่อนโบ๊ต  โมโนตั้งใจไว้ว่าจะมาอยู่กะโบ๊ตสักสองสามวันแล้วค่อยกลับไปพิษณุโลก  หลังจากจัดของใส่เป้ ก็นึกขึ้นได้ว่าไป surprise โบ๊ตดีกว่า   เมื่อวานโบ๊ตบอกว่าสอบที่ห้องแลปคณะวิทย์  เดี๋ยวจะไปรอตรงนั้น คิดได้แล้วก็รีบอาบน้ำและไปหาโบ๊ต   ตอนนี้บ่ายสามแล้ว  นี่เป็นวิชาสุดท้ายของโบ๊ตเหมือนกัน  เริ่มมีเพื่อนโบ๊ตออกมาเรื่อยๆ  อีกไม่นานโบ๊ตคงออกมา....

นั่นไง  โบ๊ตออกมาแล้ว   แต่ว่าจูงมือใครอยู่อ่ะ.......ทำไม.....??????

โบ๊ต...ทำไมจูงมือแปมเดินออกมาอย่างนั้นล่ะ  เฮ้ย..เกิดอะไรขึ้นเนี่ย  โบ๊ตจูงมือแปมจริงๆด้วย  ยังไม่ทันคิดอะไรมากมาย  โบ๊ตก็เอามือขยี้หัวและโอบไหล่แปม  นั่นมันเหมือนกะที่ทำกับโมโนเลยนี่นา  โบ๊ตเดินจูงมือแปมไปเรื่อยๆหน้าตายิ้มระรื่น  ทั้งสองคนทำตัวเหมือนกับเป็นแฟนกัน  โบ๊ตยังไม่รู้ไม่เห็นว่าโมโนกำลังแอบดูอยู่  ทั้งสองคนเดินมุ่งหน้าไปร้านเซเว่น  โบ๊ตซื้อไอติมให้แปม  สองคนนั่งคู่กันกินไอติม  โมโนนึกในใจว่า...ตามปกติแล้วโบ๊ตน่าจะโทรเข้ามาหาเมื่อสอบเสร็จ  แต่ตอนนี้...คงไม่ใช่เวลานั้น...  เฮ้ย  โบ๊ตทำไรอ่ะ  เอาทิชชูเช็ดปากให้ด้วย  นี่มันอะไรกันเนี่ย  ทำไมโบ๊ตไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้รู้เลย   นั่น..เอามือจับหัวแปมมันอีกแล้ว  มันไม่ใช่เรื่องปกติแน่ๆ  โมโนยังคงตามดูอยู่ว่าสองคนจะไปไหนต่อ  โบ๊ตยังคงจูงมือแปมเดินออกไปรอรถเมล์  และขึ้นรถเมล์ไปแล้ว  แย่แล้ว ทำไงดี  ถ้าโมโนขึ้นรถคันเดียวกัน...โบ๊ตคงจับได้แน่  ไม่เอาหละ...เลิกตาม...

“ไอ้ปั้น  ฮืออออๆๆๆๆๆๆๆ    มารับเดี๋ยวนี้เลย”
“เฮ้ย  โมเม...เป็นไรวะ  กูเพิ่งสอบวิชาเลือกเสร็จ  เดี๋ยวๆๆๆ แกเป็นไร  มึงหยุดร้องไห้พูดกะกูก่อน  โมเม  อยู่ไหน เดี๋ยวรีบไป”
“รอป้ายรถเมล์ คณะวิทย์  ตรงอุโมงค์อ่ะ”
“กูรู้จักแต่อุโมงค์ขุนตาน   กรุงเทพมันมีอุโมงค์ตรงไหนวะ  เอ่อ..ใช่ว่ะ  มีแฮะ  แยะเลยว่ะ  อันไหนวะ”
“จะมามั๊ย  ใกล้ๆ มาบุญครองอ่ะ รีบมา ฮือออๆๆๆๆๆ”

40 นาทีที่นั่งร้องไห้รอไอ้ปั้น  จนมันโทรมาอีกที
“อยู่ไหนวะ  ถนนไรนะมึง  พญาไท  อ๋อ  เออ...เดี๋ยวดูมันทุกป้ายรถเมล์เลยแล้วกัน”

จนถึงตอนนี้โบ๊ตก็ยังไม่โทรมา   แล้วโบ๊ตคิดจะมารับเรามั๊ย  ลืมสัญญาเหรอเนี่ย...

“โมเม..มาแล้ว”

ปั้นยังคงน่ารักเหมือนเดิม  มันยื่นหมวกกันน้อคมาให้
“เอาเป้มา  รุงรังชิบหายเลย  เรียกกูยังกะโทรเรียกพี่วิน  วินกูอยู่ศาลายานะเว้ย  ไกลชิบหาย  คิดแพงด้วย”
“รีบไปเลย  รีบไป”

ไอ้ปั้นบึ่งรถฝ่ารถติดไปตลอดทาง  โมโนกอดมันแน่  คิดถึงโบ๊ตเหลือเกิน  โบ๊ตทำอะไรกะแปม  จะโทรหาเรามั๊ยวันนี้  จะมารับเรามั๊ย  ถ้าโบ๊ตโทรมา  โมโนจะพูดกะโบ๊ตยังไง
“อะไรของมึงเนี่ย  โมเม... ทำท่าเหมือนจะมาหาไอ้โบ๊ต  แล้วมาให้กูรับ  ไม่เข้าใจมึงเลยอ่ะ”
“ไม่ต้องเข้าใจ  มารับก็พอ..”
“คร้าบคุณหนู  ทำไมกูต้องมาเป็นทาสไอ้โมเมมันวะเนี่ย  เออ แวะเซ็นทรัลดูหนังมั๊ย”
“ไม่เอา กลับหอเลย ด่วนที่สุด”
“มึงเล่นไรกันอยู่วะ  งอนไอ้โบ๊ตเหรอเนี่ย  งอนมันแล้วกูเดือดร้อนเนี่ยนะ”

พอพ้นปิ่นเกล้า  ถนนเริ่มว่างขึ้น  ไอ้โบ๊ตก็ขี่เร็วเหมือนเดิม  โมโนกอดมันแน่น  ผู้ชายคนนี้มันก็ชอบเรานะ  คราวแล้วมันก็กอดเรา  เราจะไปเสียใจกะโบ๊ตทำไมนะ   โบ๊ตมันคงมีคำตอบ  บางทีมันคงทำแบบโมโนอยู่เพื่อให้เราสองคนอยู่ด้วยกันได้  แต่ทำไมโมโนทำใจไม่ได้เลย.. ไม่สบายใจจริงๆ

“อ่ะ...ถึงแล้ว  โอ๊ย  วันหลังมึงงอนกัน  อย่าให้กูเดือดร้อนนะ  เลี้ยงข้าวเป่าเนี่ย”
“เลี้ยง  จะกินเลยหรือจะอาบน้ำก่อน”
“ถ้าเลี้ยงก็กินเลย  กินแล้ว นี่มันจะหกโมงแล้วอ่ะ”

หกโมงแล้วจริงด้วยสิ   ไม่มีแม้แต่หนึ่งมิสคอล  โบ๊ตไปไหน...
“นั่งเนี่ย เดี๋ยวซื้อมาให้  ข้าวหมูแดง  เบื่อมั่งสิมึง  เอาอย่างอื่นมั่ง  เห็นกินแต่ข้าวหมูแดงลูกชิ้นเนี่ย”
“เออๆๆๆ  ซื้อมาเหอะ  เดี๋ยวกินเอง”
“ไก่ทอด ส้มตำ มั๊ย  ข้าวเหนียว...”

โมโนไม่ได้ตอบ  ไอ้ปั้นก็ไม่สนใจคำตอบ  มันเดินไปซื้ออาหารมา  แต่โมโนไม่ค่อยมีอารมณ์กินเลย
“เฮ้ย  สอบเสร็จนะมึง  ร่าเริงหน่อย  เอางี้ เดี๋ยวเสร็จแล้วออกไปกินไอติมหลังมอ”
“อืมมม์...”
“เฮ้ยๆๆๆ ร้องไห้ตอนกินข้าวไม่ดีนะเว้ย  คนโบราณเค้าถือ  เดี๋ยวจะเศร้าไปชั่วชีวิต”
“กูไม่ได้ร้องไห้”
“มึงอย่าบอกนะ  ไอ้โบ๊ตไปกะคนอื่น”

ข้าวเหนียวที่กำลังจะกลืนเกิดแน่น..ติดคอ กลืนไม่ลง  น้ำตากำลังจะไหล เมื่อไอ้ปั้นพูดแทงใจดำ  โมโนพยักหน้าช้าๆ  ไอ้ปั้นเสือกทำหน้าทะเล้นแล้วหัวเราะก๊ากออกมา

“แกกลัวไรวะ  แฟนอีกคนก็นั่งอยู่ตรงนี้  เอามือมา...จับหน่อยซิ   เออ งั้นดิ...  เลิกเศร้านะเว้ย  มันอาจจะทำแบบแกอยู่ก็ได้  ไม่เห็นเป็นไรเลย  มันยังรักแกอยู่หละน่า...”
“ปั้น  โบ๊ตมันจะโทรมาหา  ตอนนี้จะทุ่มนึงแล้ว  มันยังไม่โทรมาเลย”
“อ๊าว  แกก็โทรไปสิวะ  จะรอทำไม  มันไม่โทรแกก็โทรเลย... มึงมัวแต่รอกัน ก็ไม่ต้องโทรกันพอดี”
“ไม่เอา  ไม่กล้า”

ไอ้ปั้นไม่พูดไรต่อ  มันแทะขาไก่ส่วนของโมโนกินด้วยความเสียดาย
“เนี่ย จริงๆ เย็นนี้ ไอ้พวกนั้นเรียกเล่นบาสด้วย  มึงเสือกโทรมาก่อน  กูเลยต้องมารับเลยอ่ะ”
“เออ ขอโทษ  ปั้น  แกกลับบ้านหรือเปล่า”
“กลับ  แต่อีกสักสองสามวัน  กลับไปก็ไม่รู้ทำอะไร  แม่ก็ให้เฝ้าร้านแน่ๆ  เบื่อ..”
“อยู่เป็นเพื่อนเราก่อนนะ  รอเรากลับบ้านก่อนแล้วแกค่อยกลับ”
“อยู่เป็นเพื่อนไม่เอาอ่ะ  แต่ถ้า...อยู่เป็นแฟนเอา...”

ไอ้ปั้นแม้มันจะเล่นไปเล่นมา  จนบางทีโมโนก็ไม่รู้ว่าที่มันพูดคือจริงหรือเปล่า  คืนนั้นที่อยู่กะมัน  ไอ้ปั้นก็บอกว่าชอบโมโน...รักโมโน  มันเป็นเพราะอยู่ด้วยกันหรือเปล่า  หรือว่ามันคิดกะโมโนจริงๆ

“เอางี้ เดี๋ยวมึงเอาของขึ้นไปเก็บก่อน  กูไปอาบน้ำแป๊บ  สองทุ่มมาเจอกันตรงนี้นะ  โมเม  ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะเว้ย  ไม่ว่าไอ้โบ๊ตมันจะยังไง  กูอยู่นี้นะ  โอเคมั๊ย”

โมโนพยักหน้าช้าๆและเอาเป้ขึ้นหอไป  โบ๊ตโทรมาแล้ว 1 มิสคอล เมื่อ 10 นาทีที่แล้ว
“โมโน.... หายไปไหนมา  โทรมาไม่ได้รับอ่ะ”
“อืมม์ กินข้าวอยู่... จะมารับหรือเปล่า”
“อ้าว....คิดว่าจะให้ไปรับพรุ่งนี้  ให้ไปรับวันนี้เหรอ”
“ไม่คิดถึงโมโนหละสิ”
“เฮ้ย  พูดไรเนี่ย  คิดถึงสิ  นี่ก็ค่ำแล้วเนี่ย  จะมามั๊ยล่ะ  จะนั่งรถเมล์ไปรับ  ไอ้บีทเอารถไปซิ่งแล้ว”
“ก็พรุ่งนี้ก็ได้..โบ๊ต  เออ ง่วงหละ  เดี๋ยวไปอาบน้ำนอนนะ”
“ได้ๆๆ วันนี้ทำไมคุยสั้นจัง   มีไรไม่สบายใจหรือเปล่าโมโน...”
“ไม่มีอ่ะ  อยากบอกแค่ว่า โมโนรักโบ๊ตเสมอนะ”
“เออ เรารู้  รักโมโนมากเหมือนกัน  พรุ่งนี้เจอกันนะ”

โมโนไม่ได้อาบน้ำ  ลงไปเลย  ไอ้ปั้นยืนคุยกะพลอย....แลปเมตของมันแต่เป็นเพื่อนผู้หญิงโมโนอยู่  พอโมโนลงมา  เพื่อนโมโนก็โบกมือให้แล้วเดินหลบออกไป
“รู้เลย หน้าตาเงี้ย..คุยกะไอ้โบ๊ตแล้วสิ  อืมม์  พรุ่งนี้มันมารับสินะ”
“ก็มารับแล้ว...ให้เราอยู่ต่อทำไมอ่ะ”
“หรือโมโนจะไม่ไปกะมัน”
“คิดดูก่อน  ไปเหอะ  กินไอติมกัน....”

ระหว่างกินไอติม  ไอ้ปั้นเล่าถึงวิชาเลือกของมัน  และวิชาต่างๆที่สอบไป  ไอ้ปั้นน่าจะเก่งระดับแนวหน้ามหากาฬพวกวิชาคำนวณ  มันสอบทีไร....ก็ได้ 100....ทำได้ไง   แต่พวกวิชาท่องๆ  ไอ้ปั้นแพ้โมโนราบคาบ

“หัวมึงแม่ง...มีหลายจิกกะไบต์  จำได้แยะนี่หว่า  แต่หัวของกูมันแรมเยอะ ประมวลผลรวดเร็ว 5555 เออ ปีหน้าก็ไปเรียนในเมืองหละ  เราคงไม่ได้เรียนด้วยกันอีก”
“อืมม์  คิดแล้วก็ใจหายนะ  จะไม่ได้เจอปั้นอีก”
“ใครบอกล่ะ  จะให้ไปหาทุกวันก็ได้นะ”
“ว่างเหรอ  พูดเรื่อยเปื่อย”
“ไปดูดาวต่อมั๊ย”

โมโนยิ้ม  ชอบใจที่มันชวนไปที่สงบเงียบและสวยงาม  โมโนซ้อนมอไซด์มันไปที่เดิม  และก็มาถึงลานกว้างที่มืดสนิท  มีเพียงแสงไฟหน้ารถของมันเท่านั้น  พอลงจากรถไอ้ปั้นก็เข้ามากอดโมโน

“โมเม คิดถึงแกมากๆว่ะ  บอกตามตรง  คิดถึงแกมากๆ ย้ำ คิดถึงแกมากๆ”
“ปั้น  ระหว่างเรามันคงไม่ไปถึงไหนนะ  โมโนยังคงรักไอ้โบ๊ตมันอยู่”
“ไม่เป็นไรหรอก  ให้ปั้นรักโมโนก็พอแล้ว  นะ...”

มันจุ๊บแก้มโมโนไปทีนึงก่อนที่จะนั่งลงดูดาวเต็มฟ้า  ที่นี่มันดีจริงๆ  นั่งเงียบๆ..ใจก็สงบลงได้  ไอ้ปั้นฉวยโอกาสมาเอามือของโมโนไปจับ   โมโนใช้เวลาอยู่นานจนไอ้ปั้นหลับไป  หัวของมันมาพิงไหล่ของโมโน  ไอ้ปั้นก็ดีกะโมโนมาตลอด  ตั้งแต่เรียนมาไม่ว่าโมโนจะขอให้มันทำอะไร  ไอ้ปั้นไม่เคยขัดเลย  วันนี้ยังขี่รถมารับถึงในเมือง  ทำไมตอนแรกไม่เสือกแย่งไอ้โบ๊ตจีบโมโนล่ะ   แล้วมาถึงเวลานี้  โมโนตัดสินใจไปแล้วว่าเป็นแฟนโบ๊ต  ถ้าเป็นอย่างนี้...สักวันต้องมีใครสักคนเสียใจ

“โอ๊ย  ขอโทษว่ะ  ง่วงไปหน่อย  เป็นไง..ดูพอยัง  หรืออยากดูดาวที่อื่นอีก”
“ดาว...ดูที่ไหนอีก”
“ต้องขี่ไปอีก 5 โล  เกือบๆนครชัยศรีแน่ะ  ไกลนะ  ไปป่ะล่ะ”
“เอาสิ  ไม่มีไรรีบ”

ไอ้ปั้นขี่มาแป๊บเดียว  แต่คราวนี้เป็นถนนเล็กๆเลียบคลอง  สักครู่มันก็ดับไฟรถแล้วจอด  มันทำมือให้เงียบๆเสียง  และชี้ไปที่ริมคลอง  มันมีหิ่งห้อยอยู่หลายตัว  เปล่งแสงวูบวาบ..สวยดี  โมโนดูอยู่พักนึงก็เกรงใจมัน
“กลับเหอะ หนาวแล้ว”

เรามาถึงหอเกือบห้าทุ่ม  วันนี้เงียบลงกว่าเดิมมากๆ  เพื่อนๆที่กลับบ้านก็เริ่มกลับกันตั้งแต่วันนี้เหลืออีกเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
“โมเม  ถ้าจะให้ไปห้องสโมอีก  จะไปมั๊ย...”

ไอ้ปั้นถาม โมโนรู้ดีถึงความหมาย  เรา “รู้จักกัน” มากกว่าเพื่อนก็ที่นั่นแหละ
“ไปทำไร”
“เล่นกีตาร์กัน..”

โมโนรู้ดีว่าหากไปคงไม่ใช่แค่เล่นกีตาร์แน่ๆ  แต่สำหรับไอ้ปั้น วันนี้โมโนก็อยากฟังมันเล่นกีตาร์  โมโนนั่งรถมันไป  ตึกสโมปิดไฟเงียบสนิท  ไอ้ปั้นเอาเป้มันมาด้วย
“นอนที่นี่นะวันนี้ เนี่ยเอาผ้าห่มผ้าปูนอนมาครบเซตเลย”
“เทียน...เอาเทียนมาเพื่อ....”
“เราจะจุดเทียนร้องเพลง  เปิดไฟเดี๋ยวยามโผล่มา”

ไอ้ปั้นเล่นกีตาร์เก่งมาก  มันเล่นโดยไม่ต้องดูหนังสือเพลงเลย  เปิดมือถือดูเนื้อร้องกันไป  นี่ก็ช่วยให้เราทั้งสองผ่อนคลายจากการสอบมากๆ  จู่ๆมันก็ร้องเพลง “ไม่บังเอิญ” ขึ้นมา

...หากบังเอิญสายตาเธอจะผ่านมาที่ฉัน  แหละเธอนั้นบังเอิญจะสนใจ
หากบางทีหัวใจเธอเจอสิ่งที่ซ่อนไว้  ก็คงเพราะว่าใจเราตรงกัน
แต่คงไม่เป็นอย่างที่คิดไว้  แหละเราไม่มีทางจะรักกัน
แหละไม่มีเรื่องบังเอิญจะเกิดขึ้นทั้งนั้น  เพราะฉันคิดฝันไปคนเดียว.......”

มันร้องอย่างเพราะจนจบเพลง  เพลงนี้มันทำให้โมโนอินสุดๆ  ยิ่งร้องใต้แสงเทียนด้วย  โคตรโรแมนติกเลย  โมโนเองลืมเรื่องโบ๊ตกะไอ้แปมเมื่อตอนบ่ายไปแล้ว

“โมโนเล่นเป็นมั๊ย..อยากเล่นมั่งเป่า”
“ไม่เป็นอ่ะ”
“เออ ไม่เป็นไร  ไว้เดี๋ยวสอนให้....”

ไอ้ปั้นมองหน้าโมโนซึ้งๆ
“โมเม  กอดทีดิ... คิดถึงแกว่ะ”
แล้วมันก็ไม่รอให้โมโนอนุญาต  ไอ้ปั้นเข้ามากอดโมโนแน่น  โมโนไม่ได้กอดตอบมัน  แต่เหมือนมันก็พอใจแล้ว  ไอ้ปั้นเอามือมาลูบหัวโมโน

“โมเม  แกจำไว้นะ  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกะแกกะไอ้โบ๊ต  ปั้นยังอยู่  โอเคนะเว้ย  อย่าร้องไห้เด็ดขาด  เข้มแข็งนะแก  แกมันคนเข้มแข็ง... อย่าร้องไห้”
“อืมม์  ทำไมแกไม่แย่งไอ้โบ๊ตจีบเราแต่แรกวะ”
“เออ ไม่รู้ดิ .... ตอนนั้นยังเฉยๆมั๊ง  ค่อยมาชอบตอนแกเกาะเอวเรากลับมาจากหอพี่ป้องเนี่ย”
“ไอ้บ้า  มาตอนนี้แล้วจะทำได้ไง  เรามีไอ้โบ๊ตแล้ว”
“ก็บอกแล้วไง...ไม่เป็นไร  ให้ปั้นรักโมโนก็พอแล้ว”

พอมันพูดเสร็จก็ประกบปากจูบลงมาที่โมโน  ไม่รู้สิ  ไม่อยากปฏิเสธไอ้ปั้นเลย  มันไม่เคยปฏิเสธโมโนเลยสักครั้งเดียว  ให้ทำอะไรมันก็ทำให้  ไอ้ปั้นมาเบาๆอย่างละมุน  จูบของมันทำไมนิ่มนวลจัง  แล้วมันก็ค่อยๆส่งลิ้นมาสำรวจในปากของโมโน  ทำเอาโมโนขนลุกไปทั้งตัว  มือของไอ้ปั้นกำลังปัดป่ายมาที่หน้าอกของโมโน

“เดี๋ยวก่อนๆ ปั้นๆๆๆ หยุด  โมโน....เอ่อ  ไม่อยากทำกะปั้นแล้ว  ให้โมโนช่วยปั้นแทนแล้วกันนะ”

โมโนผลักปั้นให้นั่งลงบนเก้าอี้ยาว  กางเกงขาสั้นของไอ้ปั้นไม่ยากนักสำหรับถอดออก  แต่โมโนแค่ดึงให้มันลงมานิดหน่อย เปิดให้เห็นกางเกงในไอ้ปั้นที่มีของมันตุงเต็มอยู่ข้างใน   โมโนดึงกางเกงในออก  ของไอ้ปั้นก็ปรากฎต่อหน้าโมโน  จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกที่โมโนเห็นมันชัดๆ   ของไอ้ปั้นไม่ได้อวบอ้วนมากเหมือนไอ้โบ๊ต  และไม่ยิ่งใหญ่มากเหมือนพี่ป้อง  แต่มันมีขนาดพอดี  แค่โมโนเอามือจับมันเท่านั้น  มันแข็งตัวขึ้นจนสุด  โมโนรูดหนังหุ้มหัวลง  และเริ่มดึงขึ้นลง  ไอ้ปั้นถึงกะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ
“โมโน  เสียวอ่ะ  เสียวจัง  เอ้ยๆๆๆๆๆ  โอ๊ยยยยยยยๆๆๆๆ เสียวมาก”

โมโนเอาปากครอบลงไปที่ท่อนลำของไอ้ปั้น  และแลบลิ้นเลียตรงส่วนหัวขอมัน  ไอ้ปั้นเกร็งไปทั้งตัว  โมโนคาดว่าไอ้ปั้นคงไม่ได้เอาน้ำออกมาหลายวันแล้วเพราะว่าเป็นช่วงสอบ  โมโนก็กลัวว่ามันจะเก็บอาการไม่อยู่แล้วแตกใส่ปากโมโน  โมโนกลัวน้ำกาม  มันเหม็นคาว  โมโนไม่ชอบ
“ปั้น  อย่าได้ในปากเรานะ  คือ..ไม่ชอบอ่ะ”
“โอ๊ย เสียวว่ะ  แก    อย่างรุนแรง  เสียวววววว”

โมโนยังคงทำต่อไป และบีบเค้นริมฝีปากมากขึ้น  ส่วนลิ้นก็ยังคงกวาดเลียส่วนหัว   โมโนใช้ปากเป็นจังหวะ รูดลำขึ้นลง
“โมโน  พอแล้ว ๆๆๆๆ  โอ๊ยๆลุกขึ้นมาก่อน เดี๋ยวๆๆๆ”

ไอ้ปั้นยกโมโนขึ้นมา  แท่งของมันยังคงชี้แข็งไม่ยอมลดละ
“โมโน  ปั้นทำให้มั่งนะ”

ไอ้ปั้นผลักโมโนขึ้นบนโต๊ะ  ก่อนจะดึงกางเกงวอร์มของโมโนออกไป  ไอ้ปั้นเข้าไปที่ขาของโมโน  ก่อนที่จะดึงกางเกงในของโมโนออก
“ปั้น  ไม่นะ  อายอ่ะ...โมโนอาย”
“ไม่หรอก  โมโนน่ารักจะตาย  ไม่ต้องอายหรอกนะ  มา...กระเถิบตัวมา”

ไอ้ปั้นดึงโมโนมาจนเอวอยู่ตรงปลายโต๊ะ  และมันก็นั่งลงจนปากของมันอยู่ตรงพอดีกับของโมโน  ไอ้ปั้นใช้นิ้วแหวกทาง  แค่นี้โมโนก็เสียวมากแล้ว  มันมีอะไรมายุกยิกที่ปากทาง  โอ้ว เสียว  แล้วปั้นมันก็ไม่ได้ทำรุนแรง  ค่อยๆ เขี่ยค่อยๆใส่นิ้วมันลงไป  โมโนถึงกะขนลุกและลืมตัวไปเลยว่า  จะไม่มีอะไรกะไอ้ปั้น
“ปั้น......เสียวววว  โอ๊ยๆๆๆๆ  เสียวนะ”

แต่เหมือนการโจมตีจากไอ้ปั้นยังไม่สิ้นสุดลง  มันเริ่มเอาปากเข้ามาประกบของโมโน และมันก็แลบลิ้นเข้ามาเลียส่วนตั้งทุกแห่งทุกตำแหน่ง  โอ๊ย  โมโนเสียวจะตายแล้ว  ตอนนี้ทั้งนิ้ว ทั้งปาก ทั้งลิ้น และทั้งลมหายใจของไอ้ปั้นที่ลงมาโดนกับจะเสียวที่สุด  โมโนเสียวจนต้องแอ่นหลังขึ้นไม่ติดพื้นโต๊ะ  การร้องครางหรือร้องใดๆของโมโนไม่ช่วยให้ไอ้ปั้นรามือยกเลิกสิ่งที่มันทำอยู่  แต่เหมือนยิ่งร้อง ไอ้ปั้นยิ่งกระหน่ำทำ  นิ้วของมันสอดเข้าออกจนโมโนยับยั้งตัวเองไม่ไหวแล้ว  และน้ำก็แตกออกมาแบบถล่มทะลาย  ตัวกระตุกรุนแรง  เสียวไปทั้งตัว

โมโนนอนตาปรือ  แต่ยังมีความรู้สึกว่าไอ้ปั้นขึ้นมานอนทับบนตัวโมโน  มันยังใส่เสื้อยืดสีดำของมันอยู่ แต่ส่วนล่าง ไอ้ปั้นถอดออกหมดแล้ว  ปลายท่อนลำที่แข็งเกร็งของไอ้ปั้นกำลังจ่อที่ปากทางโมโน  เฮ้ย  ไอ้ปั้นกำลังจะทำโมโน...
“เฮ้ย  ปั้นไม่เอานะ  อย่าทำ  โอ๊ยยยยยยย  อย่าเข้ามาโอ๊ยยยย เอาออก...โอ๊ย  เดี๋ยวก่อนนนน”

ไอ้ปั้นครางเมื่อท่อนลำของมันสอดเข้ามาในตัวโมโนจนหมด  แม้ของไอ้ปั้นจะไม่ยักษ์ใหญ่เหมือนของโบ๊ต  แต่เมื่อมันเข้ามา โมโนก็รู้สึกคับแน่นและเสียวทุกการเคลื่อนที่ของมัน
“โมโน  เสียวมากๆๆๆ โอ๊ย  ของแกมัน...โอ๊ย....ดีมากๆๆ  ปั้นรักโมโนนะ”

ไม่รู้สิ  โมโนขยับตัวแต่เหมือนมันไม่ช่วยอะไรเลย มิหนำซ้ำ ท่อนลำของไอ้ปั้นกลับพุ่งเข้ามาชนมดลูกจนจุกเจ็บ  ไอ้ปั้นกดส่วนปลายไว้แนบสนิทกับปากมดลูกทำให้โมโนไม่กล้าขยับไปไหนอีก  มันเคลื่อนที่ช้าๆ  แต่ไม่ได้เอาเข้าออก  มันหมุนแท่งของมันเป็นวงกลมถูกับปากมดลูกของโมโน  มันเสียวจนโมโนหลับตา   
“ปั้นนนนนน แกทำอะไร  เสียวนะ  อย่าๆๆๆ  โอ๊ย แกแม่งง แย่แล้ววววว”

จากนั้นมันก็เริ่มถอยหลังออกไปจนเกือบหมดและเสียบแทงลงมาอย่างรวดเร็ว  การสอดรวดเดียวทำให้โมโนเสียวจนต้องหวีดร้อง  แต่ไอ้ปั้นเอามือมาอุดปาก ก่อนทำซ้ำอีกหลายที   ไอ้ปั้นเข้าออกจนหมดทั้งลำ  ซึ่งมันเสียวมากๆๆ  มันยังเอาลิ้นมาเลียหน้าอกโมโนอีกด้วย  โมโนไม่ไหวแล้ว  มันเสียวมากเกินทั้งข้างบนข้างล่าง  ไม่ไหวจริงๆ  แขนทั้งสองข้างรัดไอ้ปั้นแน่น ของโมโนเริ่มตอดไอ้ปั้น  และรู้สึกเสียวจนทนไม่ไหว  ไอ้ปั้นซอยครั้งสุดท้ายก่อนที่โมโนจะกระตุกพรวดๆอย่างแรง  ถึงจุดไปก่อนไอ้ปั้นที่มันอัดตัวเข้ามาแช่ไว้ทั้งลำ

“เป็นไงมั่งโมเม  ร้องแต่เสียวๆๆๆ  ดีมั๊ยอ่ะ  แกอย่ากังวล  เรารู้ดี  โมโนยังชอบไอ้โบ๊ต  แต่ขอให้เราได้มีโอกาสรักโมโนมั่งแล้วกันนะ”

โมโนพยักหน้า  ไม่รู้สิ  แต่ที่ไอ้ปั้นทำ  โมโนก็ชอบเหมือนกัน  มันคนละแบบกะไอ้โบ๊ต แต่โมโนรู้ว่ามันตั้งใจทำให้โมโนมีความสุข  และไอ้ปั้นมันก็ทำอย่างงั้นตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงหลัง  มันจีบโมโนจนเรียกว่าออกนอกหน้า  ดีที่เราอยู่ศาลายา  หากอยู่ใกล้โบ๊ต  คงมีเรื่องผิดใจกัน

“โมโนลองแบบนี้นะ...”

ไอ้ปั้นดึงของมันออก แล้วให้โมโนมายืนที่พื้น  ก่อนกดตัวให้ราบลงไปบนโต๊ะ  จากนั้นไอ้ปั้นก็เข้ามาประกบด้านหลัง  มันหาทางเข้าอยู่แป๊บนึง พอเจอเท่านั้นและ  ของมันทั้งหมดพุ่งเข้ามาพรวดเดียวมิดจนสุด  โมโนเสียวแปร๊บและเจ็บจุกข้างในเมื่อลำของมันขนเข้าปากมดลูกอย่างแรง  ไอ้ปั้นขยับท่านิดนึงให้หัวมันไม่กระแทกแรงนัก  พอเข้าที่เข้ามา ทั้งก็เสียบซอยเข้ามาไม่ยั้ง  จากนิ่มนวลเมื่อแรกๆตอนนี้มันกระแทกเข้าจนมิดลำ  โมโนรู้สึกถึงความเสียวที่สุดขั้ว  จะดิ้นหนีไปไหนก็ไม่ได้เพราะติดโต๊ะอยู่  ข้างหลังก็กำลังโดนชำเราเต็มรัก  ไม่นานนักไอ้ปั้นก็เอามือล้วงเข้ามาบีบนมของโมโน  มันไม่แรงมาก  แต่ข้างล่างมันถล่มไม่ยั้ง  โอ๊ยไม่ไหวแล้ว
“ปั้นนนนน พอแล้ว  โอ๊ย  แก  ทำไมหื่นมากมายแบบนี้ ไม่ไหวแล้วนะ  โอ๊วววววววววววววววว”

ของโมโนตอดไอ้ปั้นบีบของมันแน่นจนแทบจะเรียกว่าจะบีบให้เละ  แต่ไอ้ปั้นกลับแข็งแกร่งและเสียบซอยเข้ามาตลอดเวลา
“โมโน  ของเธอแบบว่า โอ๊ย  เหลือเชื่ออ่ะ  ดีมากๆ โมโน  ปั้นคิดถึงโมโนมากนะ”
“อย่าแตกในนะปั้น  โมโนท้องแน่ๆ”

ไอ้ปั้นยกขาทั้งสองของโมโนขึ้น  ให้ส่วนบนนอนราบไปกะโต๊ะ  แต่ขาทั้งสองโดนไอ้ปั้นยกลอยจากพื้น  มันกระเถิบตัวเข้ามา และแทงแบบเมื่อกี้อีกครั้ง  ท่านี้ของมันบุกทะลวงลึกมากๆ  มันชนมดลูกตลอดเวลา  แต่เสียวแรงเหมือนกัน
“โมโน  ปั้นไม่ไหวแล้วนะ  โมโน...อดทนนิดนึง  เราเสร็จพร้อมกันนะ”
“โอ๊ย ไม่ไหวแล้วปั้น ใกล้มากแล้ว เร็วๆๆๆๆๆๆ”

ไอ้ปั้นซอยไม่ยั้งและในครั้งสุดท้าย มันเสียบเข้ามาจนมิดก่อนพ่นน้ำรุนแรงร้อนวาบเข้ามาในตัวโมโน  ไอ้ปั้นคงเก็บไว้นาน มันไหลออกมาไม่หยุดหย่อน   มันปล่อยขาของโมโนลงพื้น  แต่ของมันก็หลุดมาด้วย น้ำที่อยู่ข้างในก็ไหลออกมาตามขาลงพื้น  แต่ไอ้ปั้นก็จับลำของมันสอดเข้ามาก่อนนอนประกบลงบนหลังโมโน

“โมโน  แกรักไอ้โบ๊ตแค่ไหน  ชั้นรักแกมากกว่านั้นสิบเท่านะ”

12 ความคิดเห็น :

  1. คอลัมน์เสพบมิสม ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์เป็นที่นิยมของผู้อ่านมาก เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังสือพิมพ์เดลินิวส์แข่งขันกับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้ในระดับหนึ่ง

    ตอบลบ
  2. เจ้าของคอลัมน์เสียชีวิตไปแล้วแต่ด้วยความนิยมเดลินิวส์จึงยังมีคอลัมน์เสพบ่มิสม อยู่ในปัจจุบัน ที่กล่าวอ้างมาผมประทับใจอยู่ 2 เคสที่เผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ออกมา หรือจะมีทีเด็ดมากกว่านี้แล้วเราไม่ได้อ่านเพราะปกติไม่ได้ซื้ออ่านเองอาศัยร้านขายข้าวแกงข้างที่พักอ่านทุกวัน

    ตอบลบ
  3. มาเริ่มกันที่เคสแรกที่ประทับใจ ปกติคอลัมน์นี้จะสอบถามเรื่องสุขภาพเรื่องเพศเป็นสำคัญเช่น อาการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศหรือการหมดความต้องการทางเพศของผู้หญิงวัยทอง เป็นส่วนใหญ่ แต่เคสคำถามที่เราประทับใจมันเป็นเรื่องผิดศีลธรรมซึ่งไม่คิดว่าจะนำมาเผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์รายวันที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งคำถามก็ไม่สามารถยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าอาจเป็นพวกโรคจิตที่มีความนิยมทางเพศกับคนใกล้ชิดกันส่งมาเพื่อตอบสนองความต้องการของเขาหรือเปล่า

    ตอบลบ
  4. คำถามที่ว่ามาจากคนที่อ้างว่าเป็นหญิงไทยเชื้อสายจีนบรรยายรูปร่างว่า เป็นคนผิวขาวหน้าตาสวยตามเชื้อชาติตัวเล็กอายุ 30 ปลายๆ มีลูกชาย 2 คน เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายเตรียมเข้ามหาลัย สามีมีอายุมากกว่าเกือบ 20 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ มีบ้านพักในชุมชนแออัดในกรุงเทพ คำถามที่ถามเป็นหลักหลังจากเธออธิบายมาคือ สามีเธอถึงจะอายุมากแต่ก็จะทำกิจกรรมทางเพศแทบทุกวันและจะทำเวลาเดิมๆคือตอน 05.00 น. ทุกวันก่อนออกไปทำงาน

    ตอบลบ
  5. เธอเล่าว่าสามีจะเปิดไฟทุกครั้งเพราะคิดว่ามันดึกลูกยังไม่ตื่น แต่ระยะหลังๆเธอรู้สึกเหมือนถูกแอบมองเธอจึงเริ่มสังเกตและหาความจริงจนจับได้ว่าคนที่แอบดูเธอและสามีมีกิจกรรมทางเพศกันทุกวันไม่ใช่เพื่อนบ้านแต่เป็นลูกชายคนโตของเธอเอง วันหนึ่งเธอรอวันที่ลูกชายคนโตเธออยู่คนเดียวจึงสอบถามสอบสวนเอาความจริง

    ตอบลบ
  6. ซึ่งลูกชายเธอก็ยอมรับว่าแอบดูจริงและมีความรู้สึกผิดมากซึ่งเธอก็พยายามจะสอนเรื่องเพศศึกษาให้ลูกได้เข้าใจแต่ด้วยเธอเรียนมาน้อยและแต่งงานตั้งแต่เด็กเลยอธิบายให้ลูกฟังไม่ได้ ลูกชายเธออายุ 17-18 บอกว่าเขาหมกมุ่นมากเรียนแทบไม่รู้เรื่อง สิวขึ้นเต็มหน้า ทั้งที่เมื่อก่อนเป็นเด็กเรียนดีหน้าตาเกลี้ยงเกลา

    ตอบลบ
  7. เธอบอกว่าไม่รู้ว่าอะไรดลใจเธอสงสารลูก เพราะลูกบอกว่ามีความต้องการทางเพศมากๆ จึงเสนอตัวให้ลูกระบายความใคร่ วันนั้นในตอนเช้าวันหยุดที่ลูกเธอไม่ได้ไปเรียนเธอจึงสอนเรื่องเซ็กส์ให้ลูกแทน เธอบรรยายว่าเธอตัวเล็กสูงประมาณ 155 หน้าตาผิวพรรณดีตามเชื้อสายไทยจีนอายุต่างกันกับลูกชายไม่ถึง 20 ปี เพราะแต่งงานมีลูกตั้งแต่ 14 เรามาคำนวณอายุเธอเอาเองคงไม่เกิน 32-35 ซึ่งกำลังสวยงามสุดๆของผู้หญิง เธอบอกว่าลูกชายเธอหน้าตาดีรูปร่างสูงใหญ่ตามพ่อสูงเกือบ 180

    ตอบลบ
  8. เธอบรรยายว่าครั้งแรกที่มีอะไรกันกับลูกชายคนโต ลูกชายเธอมีความอึดความแข็งแรงและมีอวัยวะเพศที่ใหญ่กว่าของพ่อมากพอสมควร วันนั้นซึ่งเป็นวันหยุดลูกชายคนเล็กไม่อยู่เพราะไปเที่ยวกับเพื่อนส่วนสามีก็ไปขับแท็กซี่ ลูกชายเธอจัดหนักกับเธอยันเย็น

    ตอบลบ
  9. ซึ่งลูกชายเธอบอกมีความสุขมาก การเรียนดีขึ้นหน้าตาผ่องใสขึ้น เธอจึงเรียกลูกชายมาคุยบอกว่าจะยอมมีเซ็กซ์ด้วยแต่ต้องตั้งใจเรียนไม่มีแฟนก่อนเรียนจบ แต่ลูกชายบอกว่าได้เล่าเรื่องนี้ให้น้องชายฟังแล้วเพราะน้องชายก็แอบดูตอนพ่อแม่มีอะไรกันด้วย ลูกชายขอให้น้องร่วมด้วยและสัญญาว่าจะตั้งใจเรียน

    ตอบลบ
  10. คนเป็นแม่บอกว่ายอม อธิบายว่าลูกชายของเธอทั้ง 2 คน จะมีเซ็กส์กับเธอตอนเช้า คือหลังจากพ่อเย็ดแม่แล้วออกไปขับแท็กซี่ ลูกชายก็จะเข้ามาต่อจากนั้นก็จะไปเรียน หลังเลิกเรียนพ่อยังไม่กลับมาจากขับแท็กซี่เธอก็จะโดนลูกเย็ดอีก

    ตอบลบ
  11. เธอบอกว่ามีความสุขดีเพราะความมีน้ำอึดน้ำทนของลูกชายที่มีมากกว่าคนเป็นพ่อ ลีลาดีกว่ามาก ลูกก็การเรียนดีขึ้นสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ทั้ง 2 คน ไม่เกเรไม่กินเหล้าเมายา ไม่เที่ยว กลับบ้านตรงเวลาทุกวัน คำถามที่ถามคือเธอทำเป็นเรื่องถูกต้องไหม เราไม่ได้สนใจคำตอบเลยแค่สนใจว่าเป็นเรื่องจริงใช่ไหม ถ้าจริงมันสุดยอดมาก แค่ได้อ่านยังน้ำเคลื่อน

    ตอบลบ
  12. ผมว่าถ้าเรื่องจริงก็มองได้ว่าแม่อายุน้อยไม่ได้รับการศึกษา โดนจับแต่งงานกับคนแก่ตั้งแต่อายุยังน้อยซึ่งสามีก็เอาแต่ทำงานหาเงิน เรื่องเซ็กส์สามีก็ไม่ได้บกพร่องอะไรมีกิจกรรมบ่อยแต่แค่ไม่มีลีลา กับลูกชายของเธออายุแทบไม่ต่างกันมากเป็นผัวเมียกันได้เลยแล้ววัยรุ่นลีลาดีกว่า หมอนพพรแนะนำให้เธอเลิกการมีเซ็กซ์กับลูกเพราะมันผิดศีลธรรม แต่ดูแล้วถ้าเป็นเรื่องจริงคงยาก

    ตอบลบ