AEl5Nk.gif AEl5Nk.gif


เหตุเกิดที่โรงแรมblPdyV.gif
โดย Tom Mm

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
29/07/66

เต้ยกับพี่ติ่ง blPdyV.gif
โดย ตฤษณา

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
28/07/66

ผิดที่เมย์เองเลยโดนจับขึงพืดblPdyV.gif
โดย Uratarou

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
28/07/66

ฝึกงานที่บริษัทขายหมู่บ้านจัดสรรblPdyV.gif
โดย 子翔吳

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
28/07/66

พ่อเลี้ยงของหนู EP1blPdyV.gif
โดย Ken Ken

ข้อมูลอัฟเดทล่าสุด
28/07/66

วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563

เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 19

เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 19

ขณะที่อรอุษากำลังนั่งซ้อมเปียนโนอยู่อย่างเหงาๆ ใบหน้าไม่ค่อยสบายใจ เสียงเรียกสายโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้น ก็ทำให้เด็กสาวรีบหยิบขึ้นมา และเมื่อเห็นเบอร์สายเรียกเข้า เธอก็ยิ้มหวานรีบรับสายอย่างดีใจ “พี่นุช..เป็นไงบ้างคะ” เสียงโอดครวญดังแว่วเข้ามาอย่างละห้อยละเหี่ย “โอ๊ย...เนื๊อย..เหนื่อย...นี่ษารู้ไหม...ทางกองประกวดพาพวกเราไปทัวร์วัด...ไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า...ไปนั่งยิ้มรับฟังบรรยายเกี่ยวกับการรณรงค์เรื่องปราบปรามยาเสพติด...โอ๊ย...จิปาถะ...กว่าจะมาถึงโรงแรม...ขาแทบขาด...ยังไม่ทันจะได้พักเลย...กองประกวดก็พาเข้ากิจกรรมแนะนำตัว...รู้จักเพื่อนใหม่อีก...ตอนนี้เลยกำลังนอนพุงอืดอยู่นี่...เพราะตอนหัวค่ำหิวจัดกินข้าวไปสองจานแน่ะ...” ถึงแม้กำลังอยู่ในช่วงที่ไม่ค่อยสบายใจแต่อรอุษาก็อดหัวเราะไปกับคำบ่นเป็นสายขบวนรถไฟยาวเหยียดของพี่สาวไม่ได้ ก่อนที่อรนุชจะถามมาว่า “แล้วษาล่ะ...วันนี้เป็นไงบ้าง” “หลังจากแยกกับพี่นุช...ษาก็ไปซัมเมอร์แคมป์ตามปกติค่ะ...ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ...พอเลิกตอนบ่ายแก่ๆ ก็กลับมาบ้านเลย…ตอนที่พี่นุชโทรมา..ษากำลังเล่นเปียนโนอยู่” “ดีจ้ะ...หาอะไรทำเพลิน...จะได้ไม่เหงา...พรุ่งนี้ตามโปรแกรมเขาจะให้พวกเราไปร่วมกิจกรรมปลูกป่า...โอ๊ย...มีหวังขาลากกลับมาอีกแหง๋ๆ...” จากนั้นอรนุชก็ชวนคุยแจ้วๆ ด้วยความตั้งใจจะช่วยให้น้องสาวคลายเหงาไปบ้างอีกพักใหญ่ ก่อนจะตบท้าย “เอาไว้พรุ่งนี้พี่จะโทรมารายงานษาใหม่ก็แล้วกัน...ง่วง
แล้ว...ตาจะปิดให้ได้...ขอนอนก่อนนะ” ความจริงอรอุษาอยากฟังเสียงพี่สาวไปนานๆ กว่านี้ แต่ก็พูดเสียงอ่อนเบา “ค่ะ..หลับฝันดีนะคะ” “จ้า...ษาก็เหมือนกันนะ” ………………… ในพื้นที่ที่กินแดนติดต่อกันอย่างกว้างใหญ่นับจากบริเวณสวนไม้สัก ตลอดมาจนถึงที่จัดทำเป็นรีสอร์ทเล็กๆ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักผ่อนชมสวนป่าธรรมชาติ เลยไปจนจรดแนวเทือกเขาอันเขียวชอุ่ม ปางไม้ “ห้วยสัก” แห่งนี้นับเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้เข้ามาพักได้สม่ำเสมอตลอดปี ในบริเวณส่วนหน้าของอาคารที่ทำหน้าที่เป็นสำนักงานรับรองนั้น ตอนนี้มีไฟเปิดสว่างไสว มีเสียงคนดังจอแจ เพราะกำลังตระเตรียมความพร้อมรับงานพิธีในวันพรุ่งนี้ ในเวลานั้นชายฉกรรจ์ร่างเกร็งหน้าตอบ เดินเลี่ยงๆ กลุ่มคนออกไปยืนในบริเวณมืดสลัว สายตากวาดไปมาจนแน่ใจว่าไม่มีคนแล้วจึงค่อยเอ่ยเบาๆ “ครับ...พ่อเลี้ยง....” เสียงปลายสายดังต่อเนื่องตามติดมา ชายฉกรรจ์รับฟังอย่างเงียบๆ จนกระทั่งกล่าวพึมพำ “ถ้าอย่างนั้น...ผมก็คงจะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว...” “ไม่เป็นไร..ไอ้คำ...กูรู้กว่าที่มึงแฝงตัวเข้าไปได้ไม่ง่าย...แต่กูตัดสินใจแล้ว...เอาตัวนังนั่นมาให้ได้...เข้าใจไหม” เสียงกระด้างที่ดังขึ้นมา ทำให้ชายที่ถูกเรียกว่าคำรีบรับคำอย่างนอบน้อม “ครับ พ่อเลี้ยงผมเข้าใจ” “แค่นั้นแหล่ะ...” ปลายสายเงียบไป พร้อมๆ กับเสียงผ่อนลมหายใจยาวของชายฉกรรจ์ ก่อนที่จะมีเสียงทักดังมาจากเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังหอบหิ้วลังไม้มาหลายลัง “อ้าว...พี่คำทำไมมาอยู่มืดๆ...” ชายฉกรรจ์ทำทีเป็นหัวเราะ แล้วเดินกลับไป ช่วยเด็กหนุ่มคนนั้นแบ่งลังไม้มาถือ “ไม่มีอะไร...แค่มาพักดูดบุหรี่ตัวหนึ่ง” จากนั้นคำก็เดินแทรกปะปนเข้าไปในกลุ่มคนที่กำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานโดยปราศจากท่าท่ที่ผิดปกติแม้แต่น้อย ................... เสี่ยทองกับเสี่ยคิ้มหัวเราะร่าขณะที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะกับหญิงสาวที่สวยบาดตาบาดใจถึงสองคน สายตายิบหยีของเสี่ยมากราคะทั้งสองนั้นต่างจับจ้องไปยังพริตตี้สาวเป็นพิเศษ เนื่องเพราะรู้ว่าสาวสวยอีกคนหนึ่งถูกตีตราจองเอาไว้แล้ว ริมฝีปากปากหนานั้นต้องแลบลิ้นเลียปากอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเห็นฐิติพรรณที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษาอันรัดรึงอวดส่วนสัดที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ้มแย้มหัวเราะคิกๆ ดวงตาพราวไปด้วยประกายตาแห่งความร้อนแรง ปากงามจิ้มลิ้มของเด็กสาวที่เอิ่บซ่านไปด้วยพันซ์สีสดนั้นแย้มเยื้อน กรีดกรายยั่วเย้าบริหารเสน่ห์อันล้นเหลือของเธออย่างเจนจัด เสียงอ่อนหวานไพเราะที่เอ่ยถามเกี่ยวกับธุรกิจการค้าของสองเสี่ย พร้อมกับการฉลาดพูดในการเอาใจชมเชย ก็ทำให้สองเสี่ยใบหน้าอิ่มเอิบ อ้าปากหัวเราะไม่หยุด เสี่ยอ้วนหัวเราะพุงกระเพื่อมเมื่อว่า “ผมน่ะเสียดายจริงๆ ที่รู้จักน้องไอซ์ช้าเกินไป...ไม่อย่างนั้นจะต้องขอแรงน้องไอซ์ไปช่วยเป็นพรีเซ็นต์เตอร์การประชาสัมพันธ์โรงแรมของผมแน่นอน” ความจริงอายุของเสี่ยอ้วนเป็นพ่อของพริตตี้สาวได้อย่างสบาย แต่กลับเรียกเด็กสาวว่าน้องอย่างไม่กระดากปาก ซึ่งเด็กสาวก็ไม่ได้แสดงทีท่าที่ขัดเขินกับคำเรียกนั้นแต่อย่างใด ยกมือไหว้เสี่ยทองอย่างอ่อนหวาน ฉีกยิ้มกรีดกราย “โธ่...เสี่ยขา...ขอแค่ให้ไอซ์ได้มีโอกาสรับใช้เสี่ยในอนาคต...ไอซ์รู้สึกเป็นเกียรติอย่างที่สุดแล้วค่ะ...” เสี่ยคิ้ม ใบหน้าที่ไว้เคราคางแพะ ยิ้มย่องว่า “ตอนกลางปีนี้...จะมีงานแสดงเครื่องประดับอัญมณีครั้งใหญ่...ผมขอจองน้องไอซ์มาเป็นแบบเดินให้ชุดเครื่องมรกตที่ผมกำลังสั่งทำเพื่องานนี้โดยเฉพาะด้วยนะครับ...” ฐิติพรรณยิ้มหวาน พนมมือไหว้เสี่ยคิ้ม และรินเหล้าและโซดาเติมให้อีกฝ่ายอย่างเอาใจ ใบหน้าของเสี่ยตัณหากลับนั้นเบิกบานจนแย้มยิ้มออกมากว้างขวาง ดวงตาร่านระริกมองดูอกอูมของฐิติพรรณแบบไม่กระพริบ ซึ่งเด็กสาวผู้เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์อันรัดรึงใจ ยิ้มหวานทำเป็นไม่สนใจกับดวงตากระหายราคะนั้น เธอซึ่งเมื่อก่อน...ก่อนที่จะสูญเสียทุกอย่างไปให้เดนนรกพวกนั้นยังไม่เคยกลัวสายตาอันแสดงความกระหายอยากของผู้ชายที่คิดจะครอบครองร่ายกายของเธอ...นับประสาอะไรกับตอนนี้...ดังนั้นดวงตาคู่งามของฐิติพรรณจึงยั่วเย้าเป็นประกายพราวสนุก เย้าอารมณ์ของสองเสี่ยจนตัวสั่นสะท้านไปด้วยความรู้สึกเสน่หาในตัวของเด็กสาว ขณะที่พริตตี้สาวกำลังสนุกสนานอยู่กับวงสนทนาระหว่างเธอกับสองเสี่ย ในเวลานั้นหญิงสาวที่สูงวัยกว่ากลับนั่งดื่มเงียบๆ นานๆ ทีจะยิ้มรับหัวข้อที่แวะเข้ามายังเธอเป็นครั้งเป็นคราว ซึ่งตะกอนที่ตกค้างนิ่งอยู่ในก้นบึ้งแห่งความรู้สึกกำลังถูกคุ้ยออกมาจนฟุ้งซ่านเพราะการประจันหน้ากับอดีตคนรักอย่างไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งตลอดเวลานั้นอาการของคันธรสอยู่ในการสังเกตสนใจของเสี่ยทองโดยตลอด ซึ่งสมองของเสี่ยร่างอ้วนกำลังครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้นานาประการ นัยน์ตายิบหยีนั้นวูบวาบต่อเนื่อง ในเวลานั้นเองที่ร่างกำยำใหญ่โตของเสี่ยเซี้ยงเดินเข้ามาภายในห้อง VIP อย่างยิ้มแย้ม เสี่ยหนุ่มชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อแลเห็นสมาชิกแปลกหน้าที่กำลังนั่งหัวเราะเสียงใสอยู่ร่วมโต๊ะ คันธรสเบิกตากว้างนิดหนึ่ง หญิงสาวไม่คิดว่าเสี่ยเซี้ยงจะมา จึงผุดลุกขึ้นรับด้วยรอยยิ้ม “เสี่ย..มาด้วยหรือคะ” ร่างที่เดินเข้าแนบสนิท ใบหน้าของคันธรสที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนกับเมื่อครู่ ทำให้ฐิติพรรณจับตามองอย่างพิศวง ไม่อยากเชื่อว่าชายตรงหน้าจะเป็นคู่ควงคนปัจจุบันของหญิงสาวที่สวยและเฉิดฉันอย่างพี่รส ดวงตาของเสี่ยเซี้ยงหันมามองพริตตี้สาวด้วยคำถาม คันธรสก็แย้มยิ้มแนะนำว่า “นี่ไอซ์ค่ะ...เพื่อนรุ่นน้อง...เขาสนิทกับรสมาก...” ฐิติพรรณเก็บกักอาการที่ประหลาดใจนั้นไว้ภายใต้สีหน้ายิ้มแย้มอย่างน่ารักโดยไร้ร่องรอย พนมมือไหว้เสี่ยโฉดอย่างอ่อนหวาน แนะนำตัว “ยินดีที่ได้รู้จักเสี่ยค่ะ...” เสี่ยเซี้ยงหัวเราะรับไหว้ และจากนั้นก็เข้าร่วมวงสนทนากันอย่างครึกครื้น คราวนี้ด้วยจริตสาวพราวเสน่ห์คันธรสไม่ได้มีวี่แววหรืออาการผิดปกติเหมือนเมื่อครู่นี้แต่อย่างใด ร่วมกันกับพริตตี้สาวยิ้มหวานหัวเราะเสียงใสไปกับวงสนทนาอย่างกลมกลืน เสี่ยเซี้ยงที่มองตาเสี่ยอ้วนเจ้าของสถานที่อย่างมีนัย ซึ่งเสี่ยทองก็ฉีกยิ้มกล่าวว่า “เสี่ยเซี้ยงเขาหวงคุณรสแค่ไหน...แค่ผมหลุดปากไปนิดเดียวเท่านั้นว่าคุณรสเผอิญเจอคุณปานเทพเพื่อนเก่า...เสี่ยเขาก็รีบมาหาทันที...” ใบหน้างามของคันธรสมีร่องรอยผิดปกติปไปแว่บหนึ่ง ก็จะยักไหล่กล่าวเสียงอ่อนหวานกับเสี่ยเซี้ยง “ก็แค่คนรู้จักน่ะค่ะ...รสไม่ได้สนิทอะไรกับเขานัก” แต่ดวงตาคู่งามที่กำลังเก็บอาการมันฟ้องอารมณ์ภายในให้กับเสี่ยโฉดอย่างชัดเจน สายตาของเสี่ยเซี้ยงจึงมีประกายวูบขึ้นมา หันไปมองใบหน้าของฐิติพรรณที่กำลังระเรื่อไปด้วยฤทธิ์ของพันซ์สีสด ก็นึกในใจ นังเด็กคนสวยคงจะรู้อะไรดีๆ...สงสัยต้องตะล่อมถามจากนังไอซ์นี่ เมื่อคิดตกลงใจได้ดั่งนั้น เสี่ยเซี้ยงก็แค่อาศัยรอเวลา ในที่สุดเมื่อคันธรสขอตัวไปห้องน้ำ ความจริงฐิติพรรณจะเดินตามไปด้วย แต่เสี่ยโฉดทำเป็นพูดเสียงเคล้าหัวเราะ “แหม..ใจคอจะให้พวกผมนั่งเหงากันอยู่หรือครับ ...รอให้คุณรสกลับมาก่อนแล้วน้องไอซ์ค่อยไปดีกว่า” พริตตี้สาวหัวเราะคิกๆ ส่งนัยน์ตาหวานฉ่ำให้กับเสี่ยเซี้ยง ยิ้มพลางว่า “ก็ได้ค่ะ...” เสี่ยเซี้ยงพยักหน้าให้กับเสี่ยทอง ที่รับลูกอย่างเข้าใจกัน กล่าวถามเหมือนไม่ค่อยได้สนใจอะไรนักว่า “คุณรสกับคุณปานเทพเขารู้จักกันมานานแล้วหรือครับ...น้องไอซ์” ฐิติพรรณคิดนิดหนึ่ง มองตาเสี่ยเซี้ยงแบบลังเล ถ้าอีกฝ่ายเป็นคู่ควงคนปัจจุบันของพี่รส เธอควรจะพูดหรือ... เสี่ยโฉดหัวเราะ เพราะอ่านสายตาของเด็กสาวออก โบกมือกล่าว “ไม่ต้องห่วงครับ...ผมกลับรู้สึกดีเสียอีก...ถ้าจะได้ฟังทุกอย่างให้เคลียๆ ไป…จะได้ไม่ต้องติดค้างใจไงล่ะครับ” ได้ยินดังนั้นฐิติพรรณจึงเล่าเรื่องความสันพันธ์ในอดีตระหว่างคันธรสกับปานเทพให้สามเสี่ยที่นั่งอยู่ในโต๊ะฟัง และก็เลยเล่ารวมไปถึงเรื่องของศักดาด้วย โดยมีวัตถุประสงค์เร้นลับในใจ “พี่รส...เขาโชคดีค่ะ...ที่รู้ตัวไอ้แมงดาโฉดนั่น...ก็เลยถอนตัวมาทัน...แต่ไอซ์คิดๆ ดูแล้วมันน่าแค้นไหมคะ...คนแบบนี้มันสมควรต้องได้รับโทษอย่างสาสม...” คำพูดของพริตตี้สาวนั้นเป็นการเบิกช่องทางให้เธอสามารถหาแนวร่วมจัดการศักดาจิ้งจอกสวาทที่กลายเป็นเป้าหมายที่เธอต้องการทำลายอย่างที่สุด ในเวลานั้นทั้งสามเสี่ยต่างมีสีหน้าแตกต่างกันออกไป เสี่ยทองกับเสี่ยเซี้ยงดวงตาครุ่นคิดวูบวาบ ส่วนเสี่ยคิ้มนั้นมีใบหน้าตื่น ตาเบิกโพลง สอบถามฐิติพรรณด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก “น้องไอซ์พูดว่าไอ้นั่นมันชื่อศักดาหรือ...หน้าตามันเป็นยังไงครับ” ฐิติพรรณหันไปมองใบหน้าเหลี่ยมที่ไว้เคราแพะนั้นแล้วยักไหล่ว่า “ก็อายุสักสามสิบปี หน้าตาดี ผิวขาวค่ะ...เพราะอย่างนั้น...ไอ้แมงดานั่นจึงอาศัยหน้าตาของมันหลอกลวงผู้หญิงไงคะ...เสี่ย” เสี่ยคิ้มขบกรามกล่าวเสียงหนัก “คงเป็นไอ้ศักดานั่นแน่...มันทำผมแสบเหลือเกิน” มันช่างเป็นความบังเอิญเสียเหลือเกิน เพราะเหยื่อรายล่าสุดของศักดาก่อนที่จิ้งจอกสวาทจะหลบหนีมากรุงเทพนั้นก็คือบ้านเล็กของเสี่ยคิ้มนั่นเอง ในเวลานั้นเสี่ยคิ้มที่ควานหาตัวของศักดาไม่เจอที่ขอนแก่นจึงรู้สึกพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด ในเวลานั้นแววตาของพริตตี้สาวลุกวาบ ความจริงเธอแค่หวังเล่นๆ ว่าจะโยนเรื่องศักดาเข้าไป เผื่อหาช่องทางในการจัดการอีกฝ่ายให้สมแค้น แต่ตอนนี้ใจของเด็กสาวเต้นแรง เพราะถ้าเสี่ยคิ้มมีความบาดหมางกับไอ้ชาติชั่วนั่นเป็นทุนเดิม....งานของเธอก็มีหวังได้สมปรารถนา แต่ตอนนี้เด็กสาวก็ฉลาดพอที่จะไม่เซ้าซี้อะไรไปมากกว่านี้...เพราะมันดูเหมือนจงใจเกินไป...ตอนนี้แค่พอมีช่องทางก็ดีแล้วค่อยๆ...หาทางคืบไปอีกจะดีกว่า คิดอย่างนั้นใบหน้างามตาของฐิติพรรณก็ยิ้มหวาน ผสมเหล้าและโซดาให้กับเสี่ยคิ้มอีกแก้ว “เสี่ยดื่มเหล้าให้ใจเย็นๆ สบายๆ นะคะ...เรื่องไม่สบายใจก็ไม่ต้องพูดถึงดีกว่า” เมื่อคันธรสเดินกลับมา บรรยากาศในโต๊ะจึงเป็นแบบสบายๆ คุยกันสัพเพเหะระ แต่ถ้าต่างคนต่างอ่านความคิดกันออก ก็คงจะตกใจไม่น้อย เพราะเบื้องหน้าต่อทุกคนล้วนแล้วแต่ใส่หน้ากากที่หัวเราะยิ้ม แต่เบื้องลึกภายในใจคนทั้งห้าในโต๊ะต่างขบคิดใคร่ครวญเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้กันโดยตลอดทั้งสิ้นทุกตัวคน

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น