|
วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2563
บ่วงเสน่หา 5 (ชะตาต้องกัน2)
โดย fuseeka
“พี่นี่ทำไร พิเรนๆ เดี่ยวลุงแก่เกิดช๊อคตายคาห้องน้ำจะทำไง “ ต่ายเมียสาวของผมทำท่าตกใจ เมื่อผมเล่าเรื่องแอบดูเธออาบน้ำกับลุงอ้น “ได้ข่าวว่าของแก่ฝังมุกด้วยใช่มั้ยพี่” ต่ายถามอย่างสนอกสนใจ “ทั้งใหญ่ยาว ฝังมุกรอบๆ ตั้ง 9 เม็ด” “โห โดนเข้าไปไม่ฉีกเหรอพี่” ต่ายทำหน้าสยอง “เอ ไม่รู้นะเห็นแก่คุยหนักคุยหนาว่าสาวแก่ แม่หม้าย หลงแก้หัวปักหัวปำ นั่นแน่สนใจละซิ อยากลองเหรอที่รัก” ผมโยนหินถามทาง “พี่ก้อ ก็แค่อยากรู้อยากเห็น กลัวแต่แก่จะเป็นลมตาตั้งคาอกต่ายซะก่อนนะซิ อิอิ” “สงเคราะห์แก่สักยกมั้ย จะว่าไปก็สงสารแก่นะป้าตายไปเป็นปี อดๆอยากๆแบบนี้ไม่รู้จะไปลงที่ไหน ชักว่าวก็ไม่ติดลมบน” ผมเสนอ “ ไม่ไหวมั้งพี่กลัวเครื่องพังอะดิ ผัวคนนี้เป็นไงนะอยากให้เมียลองอะไรแปลกๆ เธอเอียงหัวมาซบไหล่” “ถ้าเมียมีความสุข ผัวก็มีความสุขจ๊ะ” ผมอ้อนพร้อมจูบปากเรียวเล็กเมียสาว มือก็ล้วงใต้หว่างขาที่ไร้ชั้นในบดปัง เธอสนองตอบผมอย่างรู้งานดูดปากแลกลิ้น
บ่วงเสน่หา 4 (ชะตาต้องกัน)
โดย fuseeka
หลังจากคืนนั้นเสี่ยพงษ์ก็หายไปกว่า 2 อาทิตย์แต่ลูกน้องเสี่ยพงษ์ก็ไม่ได้มารบกวนผมอีกเลย มีข่าวดังในวงการว่าเสี่ยพงษ์กำลังโดนคดีข่มขู่และกรรโชกทรัพย์ มีการร้องเรียนและซัดทอดกันให้นัวไปหมด คงใช้เวลาอีกนานกว่าคดีจะสิ้นสุด ผมกับต่ายเลยมีโอกาสหายใจหายคอสะดวกขึ้น โดยเฉพาะเมียสาวของผมที่มีโอกาสพักผ่อนร่างกายที่คุณเธอถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงมาหลายวัน ช่วงนี้ต่ายเมียสุดที่รักจึงพักผ่อนนั่งเล่น นอนเล่นอยู่บ้าน แต่ก็บ่นเหงาไม่รู้จะทำอะไรอีก รอบบ้านก็มีแต่ไร่นาป่าสวน จะออกไปลั้นลาข้างนอกก็ไม่มีเงินทองให้จับจ่ายคล่องมือเหมือนแต่ก่อน ที่เอาตัวรอดจากเสี่ยพงษ์ได้ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ผมเดินทอดน่องเดินเล่นสวนหลังบ้านเพลินจนไปจรดท้ายสวนที่ติดกับสวนของลุงอ้น แก่เป็นนักเลงเก่าหลบคดีจากเมืองเพชรบุรีมาได้เมียอยู่ที่นี่เกือบๆ 15 ปี ข่าวลือว่าแก่ชำนาญการงานฝังมุก นวดน้ำมันให้เจ้าโลกของเหล่าชายๆ จนไปถึงวิชาอยู่ยงคงกระพัน เลี้ยงผี เสกของเข้าคน นานๆจะมีหนุ่มๆมาให้แก่ลงของสักครั้ง ส่วนชาวบ้านไม่ค่อยมีใครเข้ามายุ่งกับแก่เพราะ
บ่วงเสน่หา3(ติดบ่วง2)
โดย fuseeka
เกือบเช้าที่ผมกับต่ายเมียสาวจะกลับมานอนอิดโรยที่บ้าน เมียผมนะอิ่มน้ำส่วนผมนะอดน้ำถูกแม่นางทั้งห้ารีดน้ำแทบหมดตัว อยากจะเข้าไปร่วมวงสวิงด้วยก็กลัวจะเสียแผน ต้องทนเห็นเมียตัวเองเด้งสะโพกโยกเอวใส่เสี่ยบ้ากามอย่างน่าอิจฉา “เป็นไงบ้างที่รัก เห็นร้องซะเจ็ดบ้านแปดบ้าน” “พี่ก้อ แอบดูเขาพิเรนท์จริงๆ ก็มันเสียวนี่ยาวซะขนาดนั้น ” “นี่ติดใจล่ะซิ เห็นเด้งใส่กันดัง ผับๆๆ” ผมเย้าเมียเล่น “จะว่าไปอายุก็เยอะแล้วไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เล่นเอาต่ายเกือบสลบคาดุ้น พูดแล้วเสียว ” “ต่ออีกสักยกมั้ยที่รัก อิอิ” ผมทำท่าคึกเข้าใส่ “ไหวเหรอค่ะคุณสามี” “ฮ่าๆๆท่าจะไม่ไหวน้ำหมดตัวแล้ว” “ต่ายก็ไม่ไหวล่ะ พูดไปงั้นแหละเพลียสุดๆ” 3 วันหลังจากวันนั้นเสี่ยพงษ์ก็โทรหาผมเลื่อนการจ่ายตังก์ไปอีก 1 เดือนพร้อมนัดทานข้าวเย็น ผมคิดในใจมันคงไม่ทานข้าวเย็นอย่างเดียวแน่ มันคิดจะทานเมียผมเป็นกับแกล้มด้วยนะซิ “ต่ายไม่ค่อยสบายนะครับเสี่ยคงไม่สะดวก เสี่ยแวะมาบ้านผมได้มั้ยครับ วันนี้ผมเป็นเจ้ามือเอง ” ผมเสนอเงื่อนไขอย่างน้อยบ้านเราเสี่ยเฒ่าคงทำอะไรมากไม่
บ่วงเสน่หา2(ติดบ่วง1)
โดย fuseeka
ภายในห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำน้ำในแก้วเย็นเฉียบแทบจะเป็นน้ำแข็ง ไม่ได้ช่วยให้ใจผมลดอุณหภูมิความกระวนกระวายได้เลย ต่ายเมียผมก็ไม่ต่างกันนักยิ่งวันนี้ชุดที่เธอใส่ผมเน้นให้เธอสั่นเสมอหูไว้ล่อตะเข้อย่างเสี่ยพงษ์ ชายวัย 65 พุงพุ้ย หัวเถิก แต่รัศมีอำนาจนักเลงใหญ่ที่แผ่กระจายไปทั่วห้อง ทำให้เหงือผมแตกซิกๆ “เงินแค่แสนกว่าๆ เรื่องจิบๆ หนูต่ายก็น่าจะมาคุยกับลุงซะนานแล้ว ไม่น่าให้เรืองมันยืดยื้อเลย ” เสี่ยงพงษ์หย่อนก้นนั่งชิดเมียผมแทบจะหายใจรดต้นคอ มันไม่เกรงใจผมที่นั่งหัวโด่ตรงข้ามมันเลย “หนูก็เพิ่งจะรู้เรื่องนะค่ะ คุณลุง “ เธอชายตามาทางผม “คุณลุงพอจะผ่อนผันให้ต่ายสักระยะได้มั้ยค่ะ” “ไม่มีปัญหาๆ สำหรับหนูต่ายมากกว่านี้ก็ยังได้ แต่หนูต่ายต้องเซ็นต์สัญญากู้กับลุงอีกฉบับนะ ” เสี่ยพงษ์ยื่นข้อเสนอพร้อมส่งสายตาฉ่ำหวาน “ขอบคุณคุณลุงมากๆค่ะ ” เมียผมก้มกราบ
บ่วงเสน่หา1(วงเวียนชีวิต)
โดย fuseeka
“ มึงไม่มีจ่าย มึงเตรียมจองศาลาวัดได้เลย ” สิ้นเสียงคำรามกำปั้นขนาดใหญ่ย่อมๆก็ลอยมาตะบันหน้าผมเข้าอย่างจัง ดาวเดือนลอยละล่องเต็มท้องฟ้า พร้อมบาทาที่ไม่รู้มาทิศทางไหน กี่ข้างผมไม่มีโอกาสนับ “ อีก 2 วัน นะมึง ” เงินทองของนอกกายไม่ตายก็หายากอยู่ ผมไม่น่าถลำตัวไปกับลูกกลมๆ เลยพับผ่าซิ แมนยูนะแมนยู ไม่น่าทำกุเล๊ย เอาไงดีละทีนี้ 2 วันจะไปหาตังก์ตั้งแสนที่ไหนทัน ไหนจะชุดชั้นในตัวละ 2 พันของเมียอีก อุส่าห์ขอเมียมา 2 หมื่นสัญญาจะคืนต้นพร้อมดอกเป็นยกทรงตัวละ 2 พัน ผมค่อยๆย่องพาร่างกายและจิตใจที่บอบซ้ำเข้าบ้าน ไฟห้องนอนยังไม่ปิด ต่ายเมียสาวสุดสวยของผมยังไม่หลับ จะว่าเมียผมสวยก็ไม่ถูกนักเธอเป็นสาวอิสานผิว 2 สี แต่นม สะโพกของเธอ
คืนหฤหรรษ์วันหฤโหด
คืนหฤหรรษ์วันหฤโหด
โดย ศ. ศิวลึงค์
พิพัฒน์ เภสัชกรหนุ่มวัย ๒๕ ผู้เป็นคนมีรูปร่างผอมบาง ผิวขาว ใส่แว่นหนาเตอะ เพิ่งได้บรรจุรับราชการอยู่ในจังหวัดทางภาคอีสานได้ไม่นาน ด้วยความที่เขาเป็นคนตั้งใจเรียนอย่างหนักมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาเป็นคนหนุ่มที่มีความประพฤติเรียบร้อยไม่กินเหล้า สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน และที่สำคัญเขาไม่เคยมีแฟนหรือแม้แต่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว นอกจากเคยชักว่าวเท่านั้น จนหลายๆคนคิดว่าเขาอาจเป็นตุ๊ดเป็นเกย์ก็ได้ แต่จริงๆแล้วเขาก็เหมือนกับผู้ชายทั่วๆไปที่มีความต้องการทางเพศ โดยเขาก็เคยดูหนังเอ็กซ์อ่านเรื่องโป๊ๆมาบ้างโดยเฉพาะเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ของคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น แม่กับลูก ป้ากับหลาน น้ากับหลาน ซึ่งเขาเองก็แอบชอบเรื่องเหล่านี้อยู่ในใจลึกๆเช่นกัน
วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2563
คืนพิศวาสพิศวง
คืนพิศวาสพิศวง
โดย ศ. ศิวะลึงค์
ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในชนบทของจังหวัดทางภาคกลาง บ้านเนื้อที่หลายร้อยตารางวาของนิติ ผู้ใหญ่บ้านหนุ่มวัย ๔๐ เศษๆ ผู้กว้างขวางมีอิทธิพลประจำท้องถิ่นนี้ ซึ่งสืบทอดตำแหน่งมาจากบารมีเก่าของพ่อของเขาผู้ใหญ่บ้านคนเดิมผู้ล่วงลับไปแล้ว บ้านนี้มีผู้อาศัยอยู่ด้วย คือ พวงทอง ภรรยาวัย ๓๘ ปี ที่ยังดูสาวดูสวยอยู่ ทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน กับลูกชายอีก ๒ คน คือ สำราญศักดิ์ วัย ๑๕ เรียนอยู่ชั้น ม.๔ กับ สำราญฤทธิ์ วัย ๑๒ เรียนอยู่ชั้น ม.๑ โดยบ้านนี้ไม่มีคนรับใช้ เพราะทั้งนิติและพวงทอง เป็นพวกชอบความเป็นส่วนตัวไม่อยากให้ใครมายุ่งยากวุ่นวาย แต่จะจ้างคนแถวบ้านมาทำงานบ้านทุกสัปดาห์
วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2563
ยอดยุทธสะท้านบู๊ลิ้ม ตอนที่ 33 ยอดยุทธแห่งบู๊ลิ้ม (จบ)
ยอดยุทธสะท้านบู๊ลิ้ม ตอนที่ 33 ยอดยุทธแห่งบู๊ลิ้ม (จบ)
โดย zeech
บ้อเมี่ยวเล่านั้ง ทิกุ้ยชิ้ว และหลวงจีนหลี่เต๋อ พอเห็นว่าผู้ที่มาถึง เป็นหลงจินหู่ ก็เร่งเดินเข้ามายืนอยู่ข้างกายของเฟยอี้
แล้วจ้องมอง หลงจินหู่ด้วยอาการสงบนิ่ง เหล่าชาวยุทธที่ร่วมชุมนุมอยู่ ณ ที่นั้น พอเห็นชัดว่าเป็นสามเทพยุทธแห่งจงหยวน
มารวมตัวกันอยู่ ณ ที่นี้แล้ว ต่างก็ส่งเสียงพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น และจับจ้องเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่าย
หลงจินหู่ห่มคลุมด้วยอาภรณ์สีดำตลอดร่าง มันยืนทอดสายตาอันเรียวเล็กประดุจเหยี่ยวของมันพุ่งตรงไปยังเฟยอี้อย่างนิ่งสงบ
มีเพียงเสื้อคลุมของมันเท่านั้นที่ปลิวสยายไปตามแรงลมที่พัดผ่าน ในที่สุด มันก็กล่าวออกมาว่า
"เดิมทีข้าตั้งใจไว้ว่าจะมาท้าประลองกับเจ้าคนโฉดเว่ยฉิงคัง แต่ดูเหมือนว่าข้ายังคงช้าไปก้าวหนึ่ง เพราะฉะนั้นคงมีเพียงเจ้าที่ข้าจำต้องสะสาง
หนี้แค้นเสียให้หมดในวันนี้ ช่างน่าเสียดาย เจ้ามิควรเป็นฝ่ายมีชัยต่อเว่ยฉิงคัง มิเช่นนั้นเจ้าอาจจะได้ตายอย่างสุขสบายกว่าที่ได้พบกับข้า"
เฟยอี้ฟังคำของหลงจินหู่ แล้วแปร
ยอดยุทธสะท้านบู๊ลิ้ม ตอนที่ 32 การต่อสู้ของเฟยอี้ และ เว่ยฉิงคัง
ยอดยุทธสะท้านบู๊ลิ้ม ตอนที่ 32 การต่อสู้ของเฟยอี้ และ เว่ยฉิงคัง
โดย zeech
หมอวิปลาสถูกบริวารของมารแมงมุมขาว ช่วยกันลากตัวมันนำไปผูกโยงแขนและขาไว้ในห้องที่มีลูกกรงเหล็กป้องกันไว้อีกชั้นหนึ่ง
อย่างแน่นหนา จนแม้ว่ามันจะพยายามใช้พลังวัตรของมันสลัดให้หลุดจากการผูกโยง ก็ไม่สามารถจะกระทำได้
มันจึงได้คิดว่า แม้ว่าใช้แรงถึงเพียงนี้ก็ยังมิอาจสลัดหลุดออกมาได้ จำจะต้องนิ่งสงบสงวนแรงเอาไว้รอคอยโอกาสที่เหมาะสม
และเมื่อถึงเวลานั้น มันจะสนองคืนนางให้สาสมกับที่ได้กระทำต่อมันไว้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นหมอวิปลาสก็หลับตาลง
แล้วโคจรลมปราณหล่อเลี้ยงร่างกายของมันไว้ในอาการสงบนิ่ง
จนเวลาล่วงเข้าสู่ยามเย็น มารแมงมุมขาวก็ยังไม่ออกจากห้องปรุงยา นางคิดปรุงพิษสะกดวิญญาณต่อหมอวิปลาส เพื่อให้มันกลับกลาย
เป็นมนุษย์หุ่นที่
ยอดยุทธสะท้านบู๊ลิ้ม ตอนที่ 31 ความลับในใจของหมอวิปลาส
ยอดยุทธสะท้านบู๊ลิ้ม ตอนที่ 31 ความลับในใจของหมอวิปลาส
โดย zeech
เฟยอี้นอนนิ่งคล้ายดั่งจะหลับไหลโดยมิทราบว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด แล้วก็กลับรู้สึกตัวเมื่อพบว่ามีฝ่ามือหนึ่งลูบไล้ไปมา
อยู่ตามเรือนร่างของมัน
เป็นฝ่ามือของกิมเฮียกจื้อนั่นเอง นางคืบคลานเข้ามาหาเฟยอี้เพื่อขอให้มันปลดเปลื้องความกำหนัดให้แก่นาง นางใช้ฝ่ามือทั้งสองลูบไล้ไปตามเรือนกายของมัน ครั้นเห็นว่ามันยังไม่รู้สึกตัว นางก็ลุกไล่ด้วยการใช้ปลายลิ้นทดแทนฝ่ามือ โลมเลียไปทั้งเรือนร่างของมัน ขณะที่กิมเฮียกจื้อกำลังคลอเคลียอยู่กับเรือนร่างของเฟยอี้อยู่นั้น ธิดาเทพก็เคลื่อนกายเข้ามาแนบชิดกับร่างของเฟยอี้ทางเบื้องซ้าย องค์หญิงฯ เห็นธิดาเทพกระทำเช่นนั้นก็กระทำตามบ้าง นางเคลื่อนกายเข้ามาแนบชิดกับเฟยอี้ที่เบื้องขวา ทั้งสองนางต่างก็ถูกฤทธิ์ของยา จนก่อเกิด



