กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 40
โดย saradio
หลังจากเสร็จศึกกับม้าเท้งแล้ว ผมจึงได้มีเวลากลับบ้าน ขณะนั้นผมอยู่กับตูตู้หลุนที่ค่ายทหาร เพราะยามศึกยามสงครามตูตู้หลุนมักอยู่ข้างกายผมเสมอ เพื่อทำหน้าที่เป็นองครักษ์ โดยนางจะแต่งกายคล้ายบุรุษแล้วคอยติดตามอยู่ข้างกายผมตลอด
เมื่อได้เวลากลับบ้าน ผมกับตูตู้หลุน จึงพากันขึ้นม้าควบขี่ออกจากค่าย แล้วให้ม้าวิ่งย่างเยาะๆ ไปตามถนนในเมือง เพื่อมุ่งตรงไปยังจวนของผมที่อยู่ยังใจกลางเมืองเตียนอัน
ยามนั้น นึกถึงหวนเตียวตายอย่างไม่สมควร เป็นที่ท้อแท้รันทดนัก เพราะหวนเตียวตามอุปนิสัย ถึงจะเป็นคนดูโผงผาง พูดจาไม่คิด แต่ก็ไม่ใช่คนคิดคดต่อเพื่อนฝูง ยิ่งเป็นเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายกันมาอย่างพวกลิฉุย กุยกี มีแต่หวนเตียวจะช่วยปกป้อง การที่จะไประแวงมันว่ามันจะคิดทรยศนั้น มองยังไงผมก็คิดว่าเป็นไปได้ยาก แม้กระทั้งครั้งหนึ่ง ผมเคยขอให้มันช่วยดำเนินแผนอุบายเล่นงานตั๋งไป่ เพื่อจะได้ตั๋งไป่มาเป็น
|
วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2563
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 40
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 39 (อัพเดทตัวละครและขยายรายละเอียด)
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 39 (อัพเดทตัวละครและขยายรายละเอียด)
โดย saradio
อาเจิน ภรรยาหลวงอันดับ 1 - ซ้อใหญ่ตัวเล็กหน้าเด็กตลอดกาล (เวลาในเนื้อเรื่องปัจจุบันอายุ 30ปี) ส่วนสัด 34-24-35 สูง 158 น้ำหนัก 40 กก อาเจิน เป็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา ที่มีบุคลิกเด่นล้ำกว่าคนธรรมดา เนื่องเพราะนางเป็นคนฉลาดรอบครอบ และมีความคิดสูง อีกทั้งมีความรู้ทั้งด้านการแพทย์ และสมุนไพรเป็นอย่างดี ความรู้หลายอย่างได้รับการถ่ายทอดมาจากกาฮูหยินผู้เป็นแม่ผัว ในอดีต แต่งงานกับกาเหวินเหอหรือกาเซี่ยงตัวจริง ตอนอายุ 15 ส่วนกาเซี่ยงตัวจริงอายุประมาณ 30 พอแต่งงานได้ไม่กี่วัน บังเอิญมีกองคาราวานจะเดินทางไปค้าขายในดินแดนตะวันตก กาเซี่ยงตัวจริงอยากจะไปดินแดนตะวันตก
โดย saradio
อาเจิน ภรรยาหลวงอันดับ 1 - ซ้อใหญ่ตัวเล็กหน้าเด็กตลอดกาล (เวลาในเนื้อเรื่องปัจจุบันอายุ 30ปี) ส่วนสัด 34-24-35 สูง 158 น้ำหนัก 40 กก อาเจิน เป็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา ที่มีบุคลิกเด่นล้ำกว่าคนธรรมดา เนื่องเพราะนางเป็นคนฉลาดรอบครอบ และมีความคิดสูง อีกทั้งมีความรู้ทั้งด้านการแพทย์ และสมุนไพรเป็นอย่างดี ความรู้หลายอย่างได้รับการถ่ายทอดมาจากกาฮูหยินผู้เป็นแม่ผัว ในอดีต แต่งงานกับกาเหวินเหอหรือกาเซี่ยงตัวจริง ตอนอายุ 15 ส่วนกาเซี่ยงตัวจริงอายุประมาณ 30 พอแต่งงานได้ไม่กี่วัน บังเอิญมีกองคาราวานจะเดินทางไปค้าขายในดินแดนตะวันตก กาเซี่ยงตัวจริงอยากจะไปดินแดนตะวันตก
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 38
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 38
โดย saradio
ย้อนกลับไปกล่าวถึงทางฝ่ายโจโฉ โดยเท้าความไปก่อนหน้านี้ ที่ผมเคยให้ลิฉุยออกราชโองการแต่งตั้งให้โจโฉไปเป็นเจ้าเมืองกุนจิ๋ว เพื่อปราบกบฏโพกผ้าเหลือง โดยกำหนดไว้หากทำสำเร็จจะได้รับพระราชทานยศเป็นขุนพลปราบตะวันออก โจโฉรับราชโองการ ทำตามแต่โดยดี จึงเร่งปราบโจรโพกผ้าเหลืองทางฝั่งตะวันออกให้สำเร็จ แต่ในยามนั้นโจโฉพบว่า โจรผ้าเหลืองที่เกิดในภูมิภาคนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการรวมตัวของราษฎรชาวนาที่ได้รับความแร้งแค้นกดขี่จากเจ้าเมืองฮูโต๋ ตั้งแต่สมัยตั๋งโต๊ะ จนตั๋งโต๊ะสิ้นอำนาจ มาถึงยุคอ้องอุ้นก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงทนไม่ไหว เลยได้รวมตัวกันลุกขึ้นก่อการยึดเมืองฮูโต๋ไว้ และทำการแข็งเมือง บริหารจัดการเอง ประจวบเหมาะเวลานั้น อ้องอุ้นรบติดพันกับพวกลิฉุย กุยกี จึงไม่อาจส่งกำลังไปช่วยเจ้าเมืองฮูโต๋ปราบกบฏ เจ้าเมืองฮูโต๋จึงถูกกลุ่มกบฏชาวนาโค่นล้ม ถูกจับประหาร และยึดการบริหารจัดการไว้ได้ เมื่อพวกกลุ่มกบฏชาวนายึดเมืองฮูโต๋ได้แล้ว ก็รู้ว่าอีกไม่นานก็อาจถูกส่งคนมาปราบ จึงคิดวิธีรวบรวมคนมาป้องกันเมือง จึงนำอุดมการณ์โจรผ้าเหลืองในอดีตมาปลุกระดม เลยสามารถรวบรวมไพล่พลได้จำนวนมาก โจโฉเมื่อทราบดังนั้น จึงวิเคราะห์ว่า โจรผ้าเหลืองกลุ่มนี้ ไม่ได้เป็นกลุ่มโจรผ้า
โดย saradio
ย้อนกลับไปกล่าวถึงทางฝ่ายโจโฉ โดยเท้าความไปก่อนหน้านี้ ที่ผมเคยให้ลิฉุยออกราชโองการแต่งตั้งให้โจโฉไปเป็นเจ้าเมืองกุนจิ๋ว เพื่อปราบกบฏโพกผ้าเหลือง โดยกำหนดไว้หากทำสำเร็จจะได้รับพระราชทานยศเป็นขุนพลปราบตะวันออก โจโฉรับราชโองการ ทำตามแต่โดยดี จึงเร่งปราบโจรโพกผ้าเหลืองทางฝั่งตะวันออกให้สำเร็จ แต่ในยามนั้นโจโฉพบว่า โจรผ้าเหลืองที่เกิดในภูมิภาคนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการรวมตัวของราษฎรชาวนาที่ได้รับความแร้งแค้นกดขี่จากเจ้าเมืองฮูโต๋ ตั้งแต่สมัยตั๋งโต๊ะ จนตั๋งโต๊ะสิ้นอำนาจ มาถึงยุคอ้องอุ้นก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงทนไม่ไหว เลยได้รวมตัวกันลุกขึ้นก่อการยึดเมืองฮูโต๋ไว้ และทำการแข็งเมือง บริหารจัดการเอง ประจวบเหมาะเวลานั้น อ้องอุ้นรบติดพันกับพวกลิฉุย กุยกี จึงไม่อาจส่งกำลังไปช่วยเจ้าเมืองฮูโต๋ปราบกบฏ เจ้าเมืองฮูโต๋จึงถูกกลุ่มกบฏชาวนาโค่นล้ม ถูกจับประหาร และยึดการบริหารจัดการไว้ได้ เมื่อพวกกลุ่มกบฏชาวนายึดเมืองฮูโต๋ได้แล้ว ก็รู้ว่าอีกไม่นานก็อาจถูกส่งคนมาปราบ จึงคิดวิธีรวบรวมคนมาป้องกันเมือง จึงนำอุดมการณ์โจรผ้าเหลืองในอดีตมาปลุกระดม เลยสามารถรวบรวมไพล่พลได้จำนวนมาก โจโฉเมื่อทราบดังนั้น จึงวิเคราะห์ว่า โจรผ้าเหลืองกลุ่มนี้ ไม่ได้เป็นกลุ่มโจรผ้า
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 37
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 37
โดย saradio
แล้วไม่นานนักผมกับเตียวสิ้วก็กลับถึงเตียนอัน ยามนั้นกำแพงเมืองหอรบต่างๆ ของเมืองเตียนอัน ถูกจัดเตรียมพร้อมรับศึก ผมเมื่อเข้ามาในเมืองเตียนอันแล้ว ก็รีบไปหาลิฉุย ตอนนั้น ลิฉุย กุยกี หวนเตียวและเตียวเจ ต่างมาประชุมการศึกจัดเตรียมทัพกันอยู่ พอได้รับรายงานว่าผมขอเข้าพบ ก็ให้เชิญเข้ามา ผมเมื่อได้พบกับลิฉุย ก็รายงานสถานการณ์ฝ่ายตรงข้ามพร้อมเสนอแผนการ ว่า ม้าเท้งกับหันซุย รวมกันแล้วมีทหาร ประมาณ 15 หมื่น แต่มีเสบียงกินได้ไม่เกินเดือน วิธีจะเอาชนะ ก็แค่เพียงป้องกันเมืองอย่างแข็งขัน รอพวกมันเสบียงหมด ก็จะล่าถอยไปเอง ถึงตอนนั้น ค่อยส่งทหารไปตามตีเอาชัย ก็สามารถจับ ม้าเท้งกับหันซุยได้โดยง่าย ลิบ้องกับอ่องหอง ที่ร่วมประชุมทัพในขณะนั้นกลับคัดค้านไม่เห็นด้วย บอกว่าสมควรออกไปรบนอกเมือง เนื่องเพราะ ทหารของเตียนอันมีมากกว่า การจัดการกับม้าเท้งไม่ใช่เรื่องยาก สมควรใช้โอกาสนี้ปราบม้าเท้งให้เด็ดขาด เพื่อแสดงแสงยานุภาพ ไม่ให้หัวเมืองอื่นกล้าคิดก่อการอีก ทราบมาว่า กองทัพหน้าเป็นม้าเฉียว บุตรของม้าเท้ง ทั้งลิบ้องกับอ่องหอง จึงขันอาสา นำทหารหมื่นหนึ่งออกไปปราบ
โดย saradio
แล้วไม่นานนักผมกับเตียวสิ้วก็กลับถึงเตียนอัน ยามนั้นกำแพงเมืองหอรบต่างๆ ของเมืองเตียนอัน ถูกจัดเตรียมพร้อมรับศึก ผมเมื่อเข้ามาในเมืองเตียนอันแล้ว ก็รีบไปหาลิฉุย ตอนนั้น ลิฉุย กุยกี หวนเตียวและเตียวเจ ต่างมาประชุมการศึกจัดเตรียมทัพกันอยู่ พอได้รับรายงานว่าผมขอเข้าพบ ก็ให้เชิญเข้ามา ผมเมื่อได้พบกับลิฉุย ก็รายงานสถานการณ์ฝ่ายตรงข้ามพร้อมเสนอแผนการ ว่า ม้าเท้งกับหันซุย รวมกันแล้วมีทหาร ประมาณ 15 หมื่น แต่มีเสบียงกินได้ไม่เกินเดือน วิธีจะเอาชนะ ก็แค่เพียงป้องกันเมืองอย่างแข็งขัน รอพวกมันเสบียงหมด ก็จะล่าถอยไปเอง ถึงตอนนั้น ค่อยส่งทหารไปตามตีเอาชัย ก็สามารถจับ ม้าเท้งกับหันซุยได้โดยง่าย ลิบ้องกับอ่องหอง ที่ร่วมประชุมทัพในขณะนั้นกลับคัดค้านไม่เห็นด้วย บอกว่าสมควรออกไปรบนอกเมือง เนื่องเพราะ ทหารของเตียนอันมีมากกว่า การจัดการกับม้าเท้งไม่ใช่เรื่องยาก สมควรใช้โอกาสนี้ปราบม้าเท้งให้เด็ดขาด เพื่อแสดงแสงยานุภาพ ไม่ให้หัวเมืองอื่นกล้าคิดก่อการอีก ทราบมาว่า กองทัพหน้าเป็นม้าเฉียว บุตรของม้าเท้ง ทั้งลิบ้องกับอ่องหอง จึงขันอาสา นำทหารหมื่นหนึ่งออกไปปราบ
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 36
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 36
โดย saradio
เมื่อไปถึงเรือนหอเจ้าสาว พอเคาะห้อง เสี่ยวจูก็เป็นผู้มาเปิด เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน ก็เห็นห้องหับถูกตกแต่งประดับประดาไปด้วยผ้าผวยสีแดงสด และจุดเทียนมงคลเล่มใหญ่ไว้สองเล่ม ส่องแสงสว่างสลัวสร้างบรรยากาศน่าเสียตัวยิ่งนัก บนโต๊ะยังมีสุรามงคลไว้อีกปานหนึ่งพร้อมกลับแกล้ม เมื่อมองไปที่เตียง ก็เห็นเจ้าสาวนั่งสงบเสงี่ยมเรียบร้อยคอยท่าอยู่ เสี่ยวจูเมื่อเปิดประตูให้ผมเข้ามาแล้ว นางก็ขอตัวออกจากห้อง ผมจึงเดินไปหาเจ้าสาวด้วยใจอันตื่นเต้น เจ้าสาวเองก็ดูตื่นเต้นใจไม่แพ้กัน มือทั้งสองของนางขยับมากุมกันไว้ แล้วกำบีบมือตัวเอง พอผมเลิกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก ก็ปรากฏภาพสาวงามวัยแรกรุ่น ที่หน้าตาสวยหมดจรด ดูพริ้มพรายน่าเชยชม ชนิดที่เห็นแล้วต้องตะลึงตาค้าง เพราะไม่คิดว่า นางจะเติบโตเป็นสาวขึ้นมางดงามได้ถึงเพียงนี้ งิวอี้หลางมีอาการเขินหน้าแดงซ่าน แต่ก็ยังบังคับตัวเองให้ดูปกติ พูดเบาๆ ว่าอาจารย์ ผมจึงพูดเหย้าแหย่นางว่า "เจ้ายังเรียกข้าว่าอาจารย์อยู่อีกหรือ ควรเรียก สามีจึงถูกต้อง เมื่อครู่ไยไม่ใช่เรากราบไหว้ฟ้าดินกันแล้ว" งิวอี้หลางก้มหน้ากัดริมฝีปาก ยิ้มอย่างนึกอาย ไม่กล้าเรียกคำนั้นออกมา เลยเบือนหน้า พยายามปั้นหน้าให้ราบเรียบ กล่าวเฉไฉว่า "ท่านอาจารย์ มีภรรยามากหลาย คำนั้นย่อมมีคนกล่าวเรียกอยู่แล้วมิใช่หรือ ข้าพเจ้าไร้ความสำคัญใด ไยต้องให้ข้าพเจ้าต้องกล่าวเรียกอีก" วาจางิวอี้
โดย saradio
เมื่อไปถึงเรือนหอเจ้าสาว พอเคาะห้อง เสี่ยวจูก็เป็นผู้มาเปิด เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน ก็เห็นห้องหับถูกตกแต่งประดับประดาไปด้วยผ้าผวยสีแดงสด และจุดเทียนมงคลเล่มใหญ่ไว้สองเล่ม ส่องแสงสว่างสลัวสร้างบรรยากาศน่าเสียตัวยิ่งนัก บนโต๊ะยังมีสุรามงคลไว้อีกปานหนึ่งพร้อมกลับแกล้ม เมื่อมองไปที่เตียง ก็เห็นเจ้าสาวนั่งสงบเสงี่ยมเรียบร้อยคอยท่าอยู่ เสี่ยวจูเมื่อเปิดประตูให้ผมเข้ามาแล้ว นางก็ขอตัวออกจากห้อง ผมจึงเดินไปหาเจ้าสาวด้วยใจอันตื่นเต้น เจ้าสาวเองก็ดูตื่นเต้นใจไม่แพ้กัน มือทั้งสองของนางขยับมากุมกันไว้ แล้วกำบีบมือตัวเอง พอผมเลิกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก ก็ปรากฏภาพสาวงามวัยแรกรุ่น ที่หน้าตาสวยหมดจรด ดูพริ้มพรายน่าเชยชม ชนิดที่เห็นแล้วต้องตะลึงตาค้าง เพราะไม่คิดว่า นางจะเติบโตเป็นสาวขึ้นมางดงามได้ถึงเพียงนี้ งิวอี้หลางมีอาการเขินหน้าแดงซ่าน แต่ก็ยังบังคับตัวเองให้ดูปกติ พูดเบาๆ ว่าอาจารย์ ผมจึงพูดเหย้าแหย่นางว่า "เจ้ายังเรียกข้าว่าอาจารย์อยู่อีกหรือ ควรเรียก สามีจึงถูกต้อง เมื่อครู่ไยไม่ใช่เรากราบไหว้ฟ้าดินกันแล้ว" งิวอี้หลางก้มหน้ากัดริมฝีปาก ยิ้มอย่างนึกอาย ไม่กล้าเรียกคำนั้นออกมา เลยเบือนหน้า พยายามปั้นหน้าให้ราบเรียบ กล่าวเฉไฉว่า "ท่านอาจารย์ มีภรรยามากหลาย คำนั้นย่อมมีคนกล่าวเรียกอยู่แล้วมิใช่หรือ ข้าพเจ้าไร้ความสำคัญใด ไยต้องให้ข้าพเจ้าต้องกล่าวเรียกอีก" วาจางิวอี้
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 35
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 35
โดย saradio
ในยุคสมัย ที่ยึดถืออำนาจเป็นใหญ่ บุคคลใดมีอำนาจแล้วมิรู้จักใช้ก็ถือว่าโง่งม แต่อำนาจมันคือดาบสองคม หากใช้มันให้ถูกวิธีย่อมมีประโยชน์กับตนเอง แต่หากมิรู้วิธีใช้หรือใช้ไม่ถูกต้องย่อมนำมาซึ่งความวิบัติ ผมเองแม้มาจากยุคที่สิทธิมนุษย์เท่าเทียม แต่ต้องหลงมาในยุคที่แบ่งชนชั้นความเป็นมนุษย์ ในช่วงแรกๆนั่น แม้รับไม่ได้ กับอะไรหลายๆอย่างที่พบเห็น และเกินเลยกับคำว่าสิทธิมนุษยชน แต่จนใจไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เมื่ออยู่ไปนานๆ ก็ต้องทำใจและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน และบางครั้งการได้เป็นเจ้าคนนายคน ที่สามารถลิขิตชีวิตผู้อื่นได้ มันย่อมปลุกความบ้าอำนาจที่มีอยู่ในทุกผู้ทุกคนให้ตื่นขึ้นมา แม้แต่ผมเองก็ไม่เว้น โดยเฉพาะเมื่อเห็นสาวน้อยพร้อมทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย และเรียกผมว่านายท่าน ก็บันดาลให้นึกถึงหนังเอวี เมดกับนายท่าน ขึ้นมาในหัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยามนี้ไม่มีใครมาขัดขวาง ย่อมเปิดทางให้ผมเล่นบทรักกับนางได้สมใจ เมื่อพานางถึงห้องแล้ว ก็คัดดานลงกลอนประตู ชวนนางมุดผ้าม่าน ขึ้นไปบน
โดย saradio
ในยุคสมัย ที่ยึดถืออำนาจเป็นใหญ่ บุคคลใดมีอำนาจแล้วมิรู้จักใช้ก็ถือว่าโง่งม แต่อำนาจมันคือดาบสองคม หากใช้มันให้ถูกวิธีย่อมมีประโยชน์กับตนเอง แต่หากมิรู้วิธีใช้หรือใช้ไม่ถูกต้องย่อมนำมาซึ่งความวิบัติ ผมเองแม้มาจากยุคที่สิทธิมนุษย์เท่าเทียม แต่ต้องหลงมาในยุคที่แบ่งชนชั้นความเป็นมนุษย์ ในช่วงแรกๆนั่น แม้รับไม่ได้ กับอะไรหลายๆอย่างที่พบเห็น และเกินเลยกับคำว่าสิทธิมนุษยชน แต่จนใจไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เมื่ออยู่ไปนานๆ ก็ต้องทำใจและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน และบางครั้งการได้เป็นเจ้าคนนายคน ที่สามารถลิขิตชีวิตผู้อื่นได้ มันย่อมปลุกความบ้าอำนาจที่มีอยู่ในทุกผู้ทุกคนให้ตื่นขึ้นมา แม้แต่ผมเองก็ไม่เว้น โดยเฉพาะเมื่อเห็นสาวน้อยพร้อมทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย และเรียกผมว่านายท่าน ก็บันดาลให้นึกถึงหนังเอวี เมดกับนายท่าน ขึ้นมาในหัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยามนี้ไม่มีใครมาขัดขวาง ย่อมเปิดทางให้ผมเล่นบทรักกับนางได้สมใจ เมื่อพานางถึงห้องแล้ว ก็คัดดานลงกลอนประตู ชวนนางมุดผ้าม่าน ขึ้นไปบน
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 34
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 34
โดย saradio
ฮูหยินรองเมื่อแปรพักตร์มาข้างผมเต็มตัว ค่ำคืนนั้นนางจึงอ่อนหวานออเซาะเอาใจเป็นพิเศษ แม้ปากยังเจ็บมีแผลภายใน ก็มิย่นย่อ ยังเอาอกเอาใจดูดเลียควยผมอย่างมินำพาความปวดแสบในปาก แต่ถึงกระนั้น มันก็มีสะดุดหยุดไม่ต่อเนื่องเพราะความเจ็บแสบ บางครั้งถึงกับแสดงออกผ่านทางสีหน้าออกมาให้เห็น ผมเห็นแล้วแทนที่จะมีอารมณ์ กับรู้สึกเวทนาสงสาร เลยดึงนางขึ้นมากอด มิให้ทำต่อ กระซิบบอกนางว่า "เจ้าอย่าได้ทำต่อเลย หากเจ็บก็อย่าได้ฝืนทน จะทรมานเสียเปล่าๆ" ฮูหยินรองกลับเข้าใจว่าผมรักเป็นห่วงนาง พลันรู้สึกซาบซึ้งใจจนยิ้มกริ่ม แต่รอยยิ้มพลันหดหาย กลายเป็นขุ่นเคือง เมื่อผมพูดต่อไปว่า "ข้าเห็นเสี่ยวจูยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง ไฉนนางจึงไม่เข้ามา หากนางอยู่ด้วยก็อาจช่วยบรรเทาแรงเจ้า" ฮูหยินรองพลันสะบัดตัวลุกขึ้นจากอ้อมกอด สีหน้าขุ่นเคือง พูดแง่งอนตัดพ้อว่า "ทีแรกนึกว่าท่านเป็นหวง หลงดีใจ ที่ไหนได้ ที่แท้ท่านก็หาข้ออ้างให้เสี่ยวจูเข้ามานี่เอง" อากัปกิริยาของ ฮูหยินรองทำเอาผมนึกเอะใจ เลยพลันได้คิดได้ว่า หรือที่เสี่ยวจูไม่ได้เข้ามา เพราะฮูหยินรองไม่อนุญาต อาจเกิดจากการหึงหวง จึงลุกขึ้นนั่งแล้วขยับเข้า
โดย saradio
ฮูหยินรองเมื่อแปรพักตร์มาข้างผมเต็มตัว ค่ำคืนนั้นนางจึงอ่อนหวานออเซาะเอาใจเป็นพิเศษ แม้ปากยังเจ็บมีแผลภายใน ก็มิย่นย่อ ยังเอาอกเอาใจดูดเลียควยผมอย่างมินำพาความปวดแสบในปาก แต่ถึงกระนั้น มันก็มีสะดุดหยุดไม่ต่อเนื่องเพราะความเจ็บแสบ บางครั้งถึงกับแสดงออกผ่านทางสีหน้าออกมาให้เห็น ผมเห็นแล้วแทนที่จะมีอารมณ์ กับรู้สึกเวทนาสงสาร เลยดึงนางขึ้นมากอด มิให้ทำต่อ กระซิบบอกนางว่า "เจ้าอย่าได้ทำต่อเลย หากเจ็บก็อย่าได้ฝืนทน จะทรมานเสียเปล่าๆ" ฮูหยินรองกลับเข้าใจว่าผมรักเป็นห่วงนาง พลันรู้สึกซาบซึ้งใจจนยิ้มกริ่ม แต่รอยยิ้มพลันหดหาย กลายเป็นขุ่นเคือง เมื่อผมพูดต่อไปว่า "ข้าเห็นเสี่ยวจูยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง ไฉนนางจึงไม่เข้ามา หากนางอยู่ด้วยก็อาจช่วยบรรเทาแรงเจ้า" ฮูหยินรองพลันสะบัดตัวลุกขึ้นจากอ้อมกอด สีหน้าขุ่นเคือง พูดแง่งอนตัดพ้อว่า "ทีแรกนึกว่าท่านเป็นหวง หลงดีใจ ที่ไหนได้ ที่แท้ท่านก็หาข้ออ้างให้เสี่ยวจูเข้ามานี่เอง" อากัปกิริยาของ ฮูหยินรองทำเอาผมนึกเอะใจ เลยพลันได้คิดได้ว่า หรือที่เสี่ยวจูไม่ได้เข้ามา เพราะฮูหยินรองไม่อนุญาต อาจเกิดจากการหึงหวง จึงลุกขึ้นนั่งแล้วขยับเข้า
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 33
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 33
โดย saradio
ในตอนรุ่งเช้า เมื่อผมกับม้าเท้งมาเจอหน้ากันในห้องโถงเพื่อรับประทานอาหาร ม้าเท้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังยิ้มแย้มพูดจากับผมเป็นปกติ ผมเห็นมันเดินขากระเผลก คล้ายคนได้รับบาดเจ็บที่ฝ่าเท้า ก็แอบนึกหัวร่อ แต่แสร้งตกใจตีหน้าตายถามว่า "อ้า พี่ม้าเท้ง พี่ได้รับบาดเจ็บมารึ ไม่ทราบว่าไปโดนอะไรมา" ( ก็เพราะมึงนั่นแหละ ไอ้เดรัจฉาน ) ม้าเท้ง สบถด่าในใจอย่างเคืองโกรธ แต่แย้มยิ้มตอบว่า "อ้อ เพียงโดนก้อนหินบาด เจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้เป็นอันใดมาก น้องเซี่ยงอย่าได้ใส่ใจเลย" ( ควายแท้ๆเลยมึง เย็ดไม่เสร็จดันเจ็บตัวอีก ) ผมนึกหัวร่อสมน้ำหน้า แต่แสร้งปั้นหน้าเป็นห่วง พูดว่า "เมื่อท่านไม่เป็นอะไรมาก ข้าพเจ้าก็เบาใจ" หลังจากรับประทานอาหารพูดคุยกันสักครู่ มาเท้งก็อ้างว่ามีธุระต้องไปสะสาง จึงจะเดินทางกลับจวน ผมกับฮูหยินรองจึงเดินออกไปส่งที่หน้าประตูตามมารยาท ทันใดนั้นเอง พ่อบ้านก็วิ่งหน้าตาตื่นมาหาฮูหยินรอง แจ้งว่า คุณหนูงิวเกิดไม่สบาย เป็นอันใดไม่ทราบ ดูท่าทางอาการหนัก ให้รีบไปดู ฮูหยินรองแตกตื่นสงสัย จึงรีบเร่งรุดไปดู ยามนั้นม้าเท้งจะกลับแล้ว เพียงแต่เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะไปดูด้วย เนื่องเพราะ คุณหนูงิวก็เป็นว่าที่ลูกสะใภ้ตนเอง ผมเองก็จะตามไปอีกคน ฮูหยินรองไม่
โดย saradio
ในตอนรุ่งเช้า เมื่อผมกับม้าเท้งมาเจอหน้ากันในห้องโถงเพื่อรับประทานอาหาร ม้าเท้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังยิ้มแย้มพูดจากับผมเป็นปกติ ผมเห็นมันเดินขากระเผลก คล้ายคนได้รับบาดเจ็บที่ฝ่าเท้า ก็แอบนึกหัวร่อ แต่แสร้งตกใจตีหน้าตายถามว่า "อ้า พี่ม้าเท้ง พี่ได้รับบาดเจ็บมารึ ไม่ทราบว่าไปโดนอะไรมา" ( ก็เพราะมึงนั่นแหละ ไอ้เดรัจฉาน ) ม้าเท้ง สบถด่าในใจอย่างเคืองโกรธ แต่แย้มยิ้มตอบว่า "อ้อ เพียงโดนก้อนหินบาด เจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้เป็นอันใดมาก น้องเซี่ยงอย่าได้ใส่ใจเลย" ( ควายแท้ๆเลยมึง เย็ดไม่เสร็จดันเจ็บตัวอีก ) ผมนึกหัวร่อสมน้ำหน้า แต่แสร้งปั้นหน้าเป็นห่วง พูดว่า "เมื่อท่านไม่เป็นอะไรมาก ข้าพเจ้าก็เบาใจ" หลังจากรับประทานอาหารพูดคุยกันสักครู่ มาเท้งก็อ้างว่ามีธุระต้องไปสะสาง จึงจะเดินทางกลับจวน ผมกับฮูหยินรองจึงเดินออกไปส่งที่หน้าประตูตามมารยาท ทันใดนั้นเอง พ่อบ้านก็วิ่งหน้าตาตื่นมาหาฮูหยินรอง แจ้งว่า คุณหนูงิวเกิดไม่สบาย เป็นอันใดไม่ทราบ ดูท่าทางอาการหนัก ให้รีบไปดู ฮูหยินรองแตกตื่นสงสัย จึงรีบเร่งรุดไปดู ยามนั้นม้าเท้งจะกลับแล้ว เพียงแต่เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะไปดูด้วย เนื่องเพราะ คุณหนูงิวก็เป็นว่าที่ลูกสะใภ้ตนเอง ผมเองก็จะตามไปอีกคน ฮูหยินรองไม่
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 32
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 32
โดย saradio
ผมพลันแย้มยิ้ม ด้วยท่าทางเมามายโง่งม พูดว่า "ฮูหยินรองช่างรู้ใจนัก แต่คล้ายกับขาดไปผู้หนึ่ง เสี่ยวถิงเล่านางมิอยู่ด้วยหรือ" ฮูหยินรอง ตอบว่า "เสี่ยวถิง วันนี้ตอนบ่ายนางตกฤดู จึงยังมิพร้อม รอไว้วันหลังจะให้ท่านได้สมใจกับนาง มาเถอะข้าพเจ้ารอท่านจนย่ำแย่แล้ว" ผมทำเป็นหัวร่อถูกใจ กับคำว่า รอจนย่ำแย่แล้ว เลยรีบลงมือถอดเสื้อผ้าตนเองออกจนหมด แล้วรีบขึ้นไปบนเตียง ครุ่นคิดในใจว่า วันนี้จะสำแดงเดช ให้ไอ้ม้าเท้งได้ประจักเสียบ้างว่า ไผเป็นไผ ฉับพลันนั้นผมก็จับตัวฮูหยินรองพลิกหงายพร้อมช้อนข้อพับหัวเข่าจับดันแบะหว่างขาจนถ่างแยก ให้หีแหกนูนเด่นขึ้นมา ฮูหยินรองตกใจ เนื่องเพราะไม่คาดคิด ว่าผมจะลงมือรวบรัดโดยไม่เล้าโลม พลันรู้สึกหวาดหวั่นกลัวผมเห็นหีแล้วจับได้ เนื่องเพราะหีนางนี้เพิ่งถูกม้าเท้งชำเรามา แม้จะยังไม่ถึงขั้นน้ำแตกในทิ้งไว้เป็นหลักฐาน แต่ความฉ่ำแฉะและรูที่เปิดฉ่ำเยิ้มจากการโดนทะลวงมาก่อนหน้านี้ยังมีร่องรอยให้เห็น จึงหวั่นกลัวว่าจะถูกจับได้ รีบทำเป็นกระดากเอียงอาย ร้องว่า "ท่านอย่าได้ทำอุกอาจเยี่ยงนี้ ข้าพเจ้าอับอายแล้ว" พร้อมกับเสียงร้อง นางพยายามดิ้นตัวจะหุบขาเข้าหากันเพื่อมิให้ผมเห็นหีนางได้ชัด แต่ภายใต้เงื้อมือที่เจตนาถ่างขาแหกหีนางเช่นนี้ ไหนเลยยินยอมให้นางหุบขาเข้าหากันได้ ไม่ว่านางพยายามเกร็งขาหุบเข้าหากันอย่างไร ผมก็ไม่ปล่อยให้นางหุบขาเข้าหากัน ยามนั้นเห็นหีของนางเปียกแฉะ กลีบเนื้อปากรูดูฉ่ำน้ำเป็นมันวาว จึงหัวเราะพูดว่า "เจ้าคงรอจนย่ำแย่แล้วจริงๆ ถึงกับน้ำหีฉ่ำแฉะ จนรูหยาดเยิ้ม โอ้ว เช่นนี้ดียิ่ง นับว่าไม่ต้องเสียเวลา" ฮูหยินรองพอฟัง นึกว่าผม
โดย saradio
ผมพลันแย้มยิ้ม ด้วยท่าทางเมามายโง่งม พูดว่า "ฮูหยินรองช่างรู้ใจนัก แต่คล้ายกับขาดไปผู้หนึ่ง เสี่ยวถิงเล่านางมิอยู่ด้วยหรือ" ฮูหยินรอง ตอบว่า "เสี่ยวถิง วันนี้ตอนบ่ายนางตกฤดู จึงยังมิพร้อม รอไว้วันหลังจะให้ท่านได้สมใจกับนาง มาเถอะข้าพเจ้ารอท่านจนย่ำแย่แล้ว" ผมทำเป็นหัวร่อถูกใจ กับคำว่า รอจนย่ำแย่แล้ว เลยรีบลงมือถอดเสื้อผ้าตนเองออกจนหมด แล้วรีบขึ้นไปบนเตียง ครุ่นคิดในใจว่า วันนี้จะสำแดงเดช ให้ไอ้ม้าเท้งได้ประจักเสียบ้างว่า ไผเป็นไผ ฉับพลันนั้นผมก็จับตัวฮูหยินรองพลิกหงายพร้อมช้อนข้อพับหัวเข่าจับดันแบะหว่างขาจนถ่างแยก ให้หีแหกนูนเด่นขึ้นมา ฮูหยินรองตกใจ เนื่องเพราะไม่คาดคิด ว่าผมจะลงมือรวบรัดโดยไม่เล้าโลม พลันรู้สึกหวาดหวั่นกลัวผมเห็นหีแล้วจับได้ เนื่องเพราะหีนางนี้เพิ่งถูกม้าเท้งชำเรามา แม้จะยังไม่ถึงขั้นน้ำแตกในทิ้งไว้เป็นหลักฐาน แต่ความฉ่ำแฉะและรูที่เปิดฉ่ำเยิ้มจากการโดนทะลวงมาก่อนหน้านี้ยังมีร่องรอยให้เห็น จึงหวั่นกลัวว่าจะถูกจับได้ รีบทำเป็นกระดากเอียงอาย ร้องว่า "ท่านอย่าได้ทำอุกอาจเยี่ยงนี้ ข้าพเจ้าอับอายแล้ว" พร้อมกับเสียงร้อง นางพยายามดิ้นตัวจะหุบขาเข้าหากันเพื่อมิให้ผมเห็นหีนางได้ชัด แต่ภายใต้เงื้อมือที่เจตนาถ่างขาแหกหีนางเช่นนี้ ไหนเลยยินยอมให้นางหุบขาเข้าหากันได้ ไม่ว่านางพยายามเกร็งขาหุบเข้าหากันอย่างไร ผมก็ไม่ปล่อยให้นางหุบขาเข้าหากัน ยามนั้นเห็นหีของนางเปียกแฉะ กลีบเนื้อปากรูดูฉ่ำน้ำเป็นมันวาว จึงหัวเราะพูดว่า "เจ้าคงรอจนย่ำแย่แล้วจริงๆ ถึงกับน้ำหีฉ่ำแฉะ จนรูหยาดเยิ้ม โอ้ว เช่นนี้ดียิ่ง นับว่าไม่ต้องเสียเวลา" ฮูหยินรองพอฟัง นึกว่าผม
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 31
กุนซือเจ้าสำราญ ตะลุยสามก๊ก ตอนที่ 31
โดย saradio
ตูตู้หลุนพูดจาอากัปกิริยาแบบนี้ ไม่บอกก็คงรู้ ว่าอาเจินคงเล่าให้นางฟังแล้ว เรื่องผมมีอะไรกับฮูหยินรอง ยามนั้นเหลือบตาแลมองดูนาง เห็นนางยามแสดงความหึงหวงนั้นอากัปกิริยากลับน่าดูไม่น้อย จะว่าไป ตูตู้หลุนนั้น ไม่เคยแสดงจริตผู้หญิงมากมายนัก เนื่องเพราะนางเป็นชาวยุทธจักรหยาบกระด้าง เติบโตมากับเหล่าบุรุษ ครั้งเจอนางใหม่ๆ อุปนิสัยบุคลิกในยามนั้น ก็ไม่ต่างจากทอมบอยในยุคปัจจุบัน แต่หลังจากได้นางเป็นเมียแล้ว นางอยู่คลุกคลีตีโมงกับอาเจินมานาน จึงซึมซับความเป็นอิสตรีขึ้นมาบ้าง พลันจะเห็นชัดในตอนนี้ ที่นางแสดงความหึงหวงผ่านทางอากัปกิริยาและคำพูด ผมรู้สึกว่านางดูน่ารัก จนอดไม่ได้ที่จะยิ้มมอง แม้ไม่ได้เห็นสีหน้านาง แต่อากัปกิริยา ก็น่าดูยิ่ง ตูตู้หลุนเข้าใจว่าผม ยังยิ้มหยอกล้อก่อกวน นางมีอารมณ์เง้างอนขุ่นใจอยู่แล้ว พลันนึกโมโหมันไส้ จึงทำเป็นยกกระบี่จะแทงจริงๆ ผมรู้ว่านางเพียงแต่ทำท่าทีข่มขู่ มิกล้าแทงจริง แต่ก็อดหวาดเสียวมิได้ รีบกระโดดถอยให้พ้นรัศมี ร้องห้ามว่า "อย่าได้เล่นแบบนี้ เดี๋ยวผีผลัก เจ้าจะเป็นม่ายเอา" ตูตู้หลุนจึงเก็บกระบี่คืนฝักอย่างเสียมิได้ ยามนั้นผมจึงได้สังเกตเห็น สิ่งผิดปกติบนใบหน้าที่โผล่พ้นผ้าคลุมหน้าของนาง รู้สึกขนคิ้วนางเรียงเป็นรุปสวยกว่าแต่ก่อน ขอบตามีสีสันดังฉาดแต้ม ยามนึกสงสัยจึงเข้าไปกระตุกดึงผ้าคลุมหน้าของนางออก ตูตู้หลุนมิทันได้ระวัง จึงไม่ได้ปัดป้อง พลันได้เห็นหน้าของนางที่เติมแต่งไปด้วยเครื่องสำอางอย่างจัดเต็ม ผมถึงกับปล่อย หัวเราะดังคริก
โดย saradio
ตูตู้หลุนพูดจาอากัปกิริยาแบบนี้ ไม่บอกก็คงรู้ ว่าอาเจินคงเล่าให้นางฟังแล้ว เรื่องผมมีอะไรกับฮูหยินรอง ยามนั้นเหลือบตาแลมองดูนาง เห็นนางยามแสดงความหึงหวงนั้นอากัปกิริยากลับน่าดูไม่น้อย จะว่าไป ตูตู้หลุนนั้น ไม่เคยแสดงจริตผู้หญิงมากมายนัก เนื่องเพราะนางเป็นชาวยุทธจักรหยาบกระด้าง เติบโตมากับเหล่าบุรุษ ครั้งเจอนางใหม่ๆ อุปนิสัยบุคลิกในยามนั้น ก็ไม่ต่างจากทอมบอยในยุคปัจจุบัน แต่หลังจากได้นางเป็นเมียแล้ว นางอยู่คลุกคลีตีโมงกับอาเจินมานาน จึงซึมซับความเป็นอิสตรีขึ้นมาบ้าง พลันจะเห็นชัดในตอนนี้ ที่นางแสดงความหึงหวงผ่านทางอากัปกิริยาและคำพูด ผมรู้สึกว่านางดูน่ารัก จนอดไม่ได้ที่จะยิ้มมอง แม้ไม่ได้เห็นสีหน้านาง แต่อากัปกิริยา ก็น่าดูยิ่ง ตูตู้หลุนเข้าใจว่าผม ยังยิ้มหยอกล้อก่อกวน นางมีอารมณ์เง้างอนขุ่นใจอยู่แล้ว พลันนึกโมโหมันไส้ จึงทำเป็นยกกระบี่จะแทงจริงๆ ผมรู้ว่านางเพียงแต่ทำท่าทีข่มขู่ มิกล้าแทงจริง แต่ก็อดหวาดเสียวมิได้ รีบกระโดดถอยให้พ้นรัศมี ร้องห้ามว่า "อย่าได้เล่นแบบนี้ เดี๋ยวผีผลัก เจ้าจะเป็นม่ายเอา" ตูตู้หลุนจึงเก็บกระบี่คืนฝักอย่างเสียมิได้ ยามนั้นผมจึงได้สังเกตเห็น สิ่งผิดปกติบนใบหน้าที่โผล่พ้นผ้าคลุมหน้าของนาง รู้สึกขนคิ้วนางเรียงเป็นรุปสวยกว่าแต่ก่อน ขอบตามีสีสันดังฉาดแต้ม ยามนึกสงสัยจึงเข้าไปกระตุกดึงผ้าคลุมหน้าของนางออก ตูตู้หลุนมิทันได้ระวัง จึงไม่ได้ปัดป้อง พลันได้เห็นหน้าของนางที่เติมแต่งไปด้วยเครื่องสำอางอย่างจัดเต็ม ผมถึงกับปล่อย หัวเราะดังคริก
สมัครสมาชิก:
บทความ
(
Atom
)


